145,682 Works

NIR Enhancement of a LSU Dryer for Maize

Chanat Vipattnaporn
วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 35, 6

แพสชันซิมโฟนี /

ปรเมศ ด้วงน้อย

ลักษณะทางจิต ภาวะผู้นำเชิงจริยธรรม และบรรยากาศองค์การ ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการทำงานตามค่านิยมสร้างสรรค์ของข้าราชการตำรวจนครบาล

สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการทำงานตามค่านิยมสร้างสรรค์ของข้าราชการตำรวจนครบาล และสร้างสมการในการพยากรณ์พฤติกรรมการทำงานตามค่านิยมสร้างสรรค์ของข้าราชการตำรวจนครบาลกลุ่มตัวอย่างคือข้าราชการตำรวจนครบาลสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 กองบัญชาการตำรวจนครบาลจำนวน 409 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม ตรวจสอบคุณภาพแบบสอบถาม โดยตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาด้วยวิธีหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence: IOC) ตรวจสอบความตรงเชิงโครงสร้างด้วยวิธีการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (Exploratory Factor Analysis: EFA) และตรวจสอบความเที่ยงด้วยคำนวณค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าครอนบาค (Cronbach‘s Alpha Coefficient) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานการทดสอบค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’s Correlation coefficient) และวิเคราะห์ด้วยสมการถดถอยพหุคูณเชิงเส้นตรง (Multiple Linear Regression Analysis) ด้วยวิธี Stepwise ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการทำงานตามค่านิยมสร้างสรรค์ของข้าราชการตำรวจนครบาลมีดังนี้ ปัจจัยภาวะผู้นำเชิงจริยธรรม (r=.621) ปัจจัยทุนทางจิตวิทยาเชิงบวก (r=.592) ปัจจัยบรรยากาศองค์การด้านโครงสร้างและระบบองค์การ (r=.634) ปัจจัยการรับรู้ความสามารถในตนเองจากประสบการณ์และการสังเกตตัวแบบ (r=.527) ปัจจัยความฉลาดทางจริยธรรมด้านความรับผิดชอบ เห็นอกเห็นใจ และการให้อภัย (r=.653) ปัจจัยบรรยากาศองค์การด้านความผูกพันต่อองค์การ (r=.639) ปัจจัยบรรยากาศองค์การด้านความอบอุ่นและการสนับสนุน (r =.633) ปัจจัยการรับรู้ความสามารถในตนเองด้านสภาวะทางร่างกายและอารมณ์ (r=.471) และ ปัจจัยบรรยากาศองค์การด้านความรับผิดชอบต่องาน (r=.545) ในขณะที่ปัจจัยที่สามารถนำมาใช้พยากรณ์พฤติกรรมการทำงานตามค่านิยมสร้างสรรค์ สามารถร่วมกันพยากรณ์พฤติกรรมการทำงานตามค่านิยมสร้างสรรค์ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ร้อยละ 68.2 สามารถเขียนสมการพยากรณ์ได้ดังนี้ พฤติกรรมการทำงานตามค่านิยมสร้างสรรค์ =.511+.267 (ปัจจัยความฉลาดทางจริยธรรมด้านความรับผิดชอบ เห็นอกเห็นใจและการให้อภัย) +.242 (ปัจจัยบรรยากาศองค์การด้านความผูกพันต่อองค์การ) +.171...

แนวทางพัฒนานิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกในประเทศไทยเพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุน

สมรรถชัย เพ็ญโรจน์
หัวข้อวิทยานิพนธ์แนวทางพัฒนานิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกในประเทศไทยเพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนชื่อผู้เขียนนายสมรรถชัย เพ็ญโรจน์ชื่อปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชา/คณะ/มหาวิทยาลัยนวัตกรรมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมืองมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์อาจารย์ ดร. สุกุลพัฒน์ คุ้มไพศาล ปีการศึกษา2557บทคัดย่อวิทยานิพนธ์เล่มนี้มุ่งหมายศึกษาแนวทางการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุน ใน 3 ประเด็น ได้แก่ (1) การเลือกทำเลที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรม (2) การวางผังนิคมอุตสาหกรรม (3) การบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative approach) โดยผู้วิจัยได้ทำการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และปัจจัยต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อการเลือกทำเลที่ตั้งของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม จากนั้นผู้วิจัยได้ทำการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างกับตัวแทนของบริษัทผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม จำนวน 2 ท่าน และนักลงทุนอุตสาหกรรม จำนวน 8 ท่าน โดยได้กำหนดขอบเขตพื้นที่ศึกษาเป็นนิคมอุตสาหกรรรมที่ร่วมดำเนินการกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดชลบุรี และระยอง ตามลำดับ ผลการวิจัย สามารถสรุปได้ว่า นักลงทุน และผู้พัฒนาโครงการให้ความสำคัญกับปัจจัย 11 ด้าน ได้แก่ วัตถุดิบ แหล่งน้ำ สาธารณูปโภค แหล่งพลังงาน อุตสาหกรรมเสริมที่สนับสนุนอุตสาหกรรมหลัก การขนส่งและการกระจายสินค้า ลูกค้า สำนักงานใหญ่ สิ่งอำนวยความสะดวก สิทธิประโยชน์ทางภาษี และแรงงาน ในการเลือกทำเลที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุน โดยให้ความสำคัญกับ ปัจจัยด้านสาธารณูปโภค เป็นลำดับแรก สำหรับการวางผังนิคมอุตสาหกรรม นักลงทุน และผู้พัฒนาโครงการให้ความสำคัญกับปัจจัย เพียง 3 ด้าน ได้แก่ การวางผังสาธารณูปโภค การวางผังคมนาคมและขนส่ง และการวางผังสิ่งอำนวยความสะดวก ส่วนปัจจัยด้านการวางผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน ไม่ได้เป็นปัจจัยที่อยู่ในการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุน ในประเด็นเรื่องการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม...

การประเมินมูลค่าโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล: กรณีศึกษา โรงไฟฟ้าบุรีรัมย์พลังงาน

สมเกียรติ มัณฑนาจารุ
ปัจจุบันโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างแพร่หลาย ทำให้การลงทุนในธุรกิจนี้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การประเมินมูลค่าทรัพย์สินจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการประเมินเพื่อกำหนดมูลค่าตลาด (Fair Market Value: FMV) ของโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล โดยผู้ประเมินต้องพิจารณาเลือกวิธีประเมินมูลค่าที่เหมาะสมเพื่อกำหนดมูลค่าตลาดครั้งนี้ผู้ศึกษาจะทำการศึกษาวิธีประเมินมูลค่าโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลขนาดกำลังการผลิตไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ (very small power plant) โดยจะทำการประเมินมูลค่าโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลกรณีศึกษา โรงไฟฟ้าบุรีรัมย์พลังงาน เพื่อเสนอมูลค่าตลาด และนำเสนอแนวทางการประเมินมูลค่าโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลที่เหมาะสมผู้ศึกษาได้ทำการทบทวนวรรณกรรม ศึกษาหลักการและวิธีการประเมินศึกษาและเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องของกรณีศึกษาโรงไฟฟ้าบุรีรัมย์พลังงานศึกษามาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพการประเมินมูลค่าทรัพย์สินในประเทศไทย สำหรับการวิจัยภาคสนามนั้น ผู้ศึกษาได้ทำการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินมูลค่าทรัพย์สินระดับวุฒิจำนวน 5 ท่าน เพื่อให้ทราบถึงแนวทางปฏิบัติในการประเมินมูลค่าโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล และสามารถสอบทานผลการศึกษาที่ได้จากการทบทวนวรรณกรรม ผลการศึกษาครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้กำหนดมูลค่าตลาดของโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล กรณีศึกษาโรงไฟฟ้าบุรีรัมย์พลังงาน โดยได้มูลค่าตลาด (FMV) ที่ 642,000,000 บาท (หกร้อยสี่สิบสองล้านบาทถ้วน) โดยเลือกวิธีพิจารณาจากรายได้เป็นวิธีประเมินที่เหมาะสมในการประเมินมูลค่าเนื่องจากโรงไฟฟ้ากรณีศึกษาได้เปิดดำเนินการแล้ว มีกระแสรายรับที่แน่นอน อีกทั้งยังสอดคล้องกับมาตรฐานจรรยาบรรณวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินอีกด้วย โดยผลที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้จะเป็นแนวทางการประเมินมูลค่าโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการประเมินมูลค่าโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนประเภท อื่น ๆ เพื่อกำหนดมูลค่าตลาดที่เหมาะสมต่อไป

Registration Year

  • 2014
    16,104
  • 2015
    35,409
  • 2016
    32,252
  • 2017
    31,624
  • 2018
    24,386
  • 2019
    5,897

Resource Types

  • Dataset
    128,160
  • Text
    17,397

Data Centers

  • NRCT Data Center
    145,682