24,365 Works

เส้นทางสุ่นักท่องเที่ยวจีน : การปรับตัวของช่องทางการสื่อสารในยุค social media ครองเมือง

วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี, 5, 1, 27

การวิจัยเรื่องรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรีมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับสมรรถนะและ สร้างรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี การวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ชนิดเชิงพรรณนา (Descriptive Research)เก็บข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-depth Interview)สำหรับผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 5 ท่าน และแบบสอบถาม สำหรับบุคลากรคณะครุศาสตร์จำนวน 27 ท่าน ผลการวิจัยพบว่ารูปแบบการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรีประกอบด้วย 2 ส่วนได้แก่ ส่วนที่ 1 การเตรียมความพร้อม คณะครุศาสตร์ต้องเตรียมความพร้อม 2 ด้านได้แก่ ด้านองค์กรและ ด้านบุคลากรส่วนที่ 2 กระบวนการพัฒนาสมรรถนะ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 ขั้นตอนการวางแผน ขั้นตอนที่ 2 การกำหนดสมรรถนะ ขั้นตอนที่ 3 การพัฒนาสมรรถนะ และขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล

วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี, 4, 2, 33

การศึกษาการใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นของอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี, 5, 1, 40

มายาคติในโฆษณาแบรนด์หรู

การศึกษาเรื่อง “มายาคติในโฆษณาแบรนด์หรู” (luxury brand) นี้เป็นการศึกษามายาคติ (myth) และหน้าที่ของมายาคติต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในโฆษณาสินค้าแบรนด์หรูในนิตยสาร (magazine advertisement) รวมทั้งอุดมการณ์ (ideology) ที่อยู่เบื้องหลังมายาคติเหล่านั้นอีกทอดหนึ่ง โดยใช้การวิเคราะห์ตัวบท (textual analysis) และแนวคิดเรื่อง “มายาคติ” (mythology) ของ Roland Barthes เป็นแนวทางในการวิเคราะห์ มายาคติเป็นแนวทางแบบหลังนวสมัย (postmodernism) ที่ให้ความสำคัญกับการวิพากษ์ (critique) ความเป็นไปและความไม่เท่าเทียมในสังคม โดยมุ่งวิเคราะห์ไปที่ความหมายลำดับที่สอง (second order meaning) ซึ่งเป็นความหมายที่แฝงนัยทางสังคมและสะท้อนความคิด ความเชื่อ และระบบคุณค่าที่สังคมยึดถือเป็นหลัก โดยวัตถุประสงค์ในการศึกษาครั้งนี้คือ 1) ศึกษามายาคติและขบวนการสร้างความหมายในโฆษณาแบรนด์หรู 2) ศึกษาอุดมการณ์ที่อยู่เบื้องหลังและกำกับการดำรงอยู่ของมายาคติ 3) ศึกษาถึงหน้าที่ของมายาคติเหล่านั้น ผลการศึกษาพบว่าโฆษณาแบรนด์หรูนั้นไม่ได้สร้างความหมายต่าง ๆ ขึ้นมาจากความว่างเปล่าด้วยตัวเอง แต่ใช้การหยิบยืมความหมายมาจากมายาคติที่เป็นที่รับรู้และยอมรับอยู่แล้วมาเป็นแหล่งอ้างอิงความหมาย (meaning reference) ในโฆษณา โดยการนำภาพของสิ่งที่สามารถทำหน้าที่เป็นภาพตัวแทน (representation) ของมายาคติเหล่านั้นมาจัดวางไว้เคียงกัน (juxtaposition) กับภาพของสินค้า ผู้ที่กำลังบริโภคสินค้า หรือเครื่องหมายการค้าของแบรนด์ แล้วปล่อยให้ผู้รับสารเป็นผู้ทำการตีความและถ่ายโอนความหมายจากมายาคติไปสู่แบรนด์หรูและสินค้าของแบรนด์ด้วยตัวเอง มายาคติที่ถูกนำมาใช้ในโฆษณาแบรนด์หรูล้วนมีอุดมการณ์คอยกำกับอยู่เบื้องหลังและเกือบทั้งหมดเป็นอุดมการณ์ที่ครอบครองความเป็นเจ้า (hegemony) และครอบงำความคิด ความเชื่อของผู้คนในสังคมไว้ได้และทำให้คนส่วนใหญ่ยึดถือคุณค่า (value) ต่าง ๆ ตามที่อุดมการณ์นั้นกำกับไว้ หน้าที่ของมายาคติในโฆษณาเหล่านี้คือการแปลงให้อุดมการณ์ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรมกลายเป็นสิ่งที่มองเห็นได้เป็นรูปธรรมในรูปของสัญญัติ (sign) ต่าง ๆ และเป็นตัวเชื่อมระหว่างอุดมการณ์กับแบรนด์ ทำให้สินค้าเหล่านี้กลายเป็นสินค้าเชิงสัญญัติซึ่งเป็นการสร้างประโยชน์แบบใหม่ให้กับสินค้า นอกจากนั้นแล้วโฆษณาแบรนด์หรูยังทำหน้าที่แปลงอุดมการณ์ที่เป็นนามธรรมให้กลายเป็นสินค้าที่สามารถซื้อขายได้ด้วยเงินอีกด้วย

การเปิดรับและความคิดเห็นที่มีต่อความน่าเชื่อถือของผู้ดำเนินรายการข่าวประเภทเล่าข่าว

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับชมกับความคิดเห็นที่มีต่อความน่าเชื่อถือของผู้ดำเนินรายการข่าวประเภทเล่าข่าว เป็นการศึกษาด้วยระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ ในรูปแบบการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป และอาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 300 คน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ช่วงอายุ 25 - 34 ปี การศึกษาระดับปริญญาตรี ประกอบอาชีพพนักงาน/ลูกจ้างเอกชน รายได้ส่วนตัวต่อเดือน 10,001 - 20,000 บาท โดยส่วนใหญ่เปิดรับชมรายการเล่าข่าวจำนวน 1 รายการ รายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ เป็นรายการที่มีการรับชมมากที่สุด รองลงมา รายการทุบโต๊ะข่าว รายการข่าวข้นคนเนชั่น รายการคับข่าวครบประเด็น และรายการคุยข่าวเช้าช่อง8 ตามลำดับ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความถี่ในการเปิดรับชม 1 - 2 วันต่อสัปดาห์ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า อายุ และการศึกษา ที่แตกต่างกันจะมีการเปิดรับชมรายการข่าวประเภทเล่าข่าวแตกต่างกัน ทั้งจำนวนรายการที่รับชม ความถี่ในการรับชม และระยะเวลาในการรับชม แต่ เพศ อาชีพ และรายได้ที่แตกต่างกัน จะมีเพียงจำนวนรายการที่รับชม แตกต่างกัน ด้านความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับชมกับความคิดเห็นที่มีต่อความน่าเชื่อถือของผู้ดำเนินรายการข่าวประเภทเล่าข่าว พบว่า ระยะเวลาในการรับชมมีความสัมพันธ์กับความคิดเห็นที่มีต่อความน่าเชื่อถือของผู้ดำเนินรายการในด้านคุณสมบัติความสามารถเฉพาะตัวของผู้ส่งสาร โดยเป็นความสัมพันธ์ทางลบ

Registration Year

  • 2018
    24,365

Resource Types

  • Dataset
    20,539
  • Text
    3,826