22,765 Works

Needs for Extension on Soybean Production in Dry Season of Farmers in Chum Phae District, Khon Kaen Province

, &
Khon Kaen Agriculture Journal, 47, 4, 667-678

การฟื้นคืนสภาพ การสลับขั้วของอำนาจในแนวคิดด้านสุขภาพจิต

วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร, 39, 2, 128-139

มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมสินค้าที่ใช้ได้สองทาง

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมสินค้าที่ใช้ได้สองทางในประเทศไทยและปัญหาที่เกิดขึ้นในการดำเนินการให้สอดคล้องกับข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 1540 พร้อมทั้งเสนอแนวทางการปรับปรุงเพิ่มเติมกฎหมายในประเทศไทย เพื่อให้สามารถควบคุมสินค้าที่ใช้ได้สองทางได้อย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและพันธกรณีระหว่างประเทศ และจะต้องไม่เป็นอุปสรรคเกินควรแก่ภาคเอกชน จากการศึกษาพบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทางในปริมาณค่อนข้างสูง แต่ยังไม่มีมาตรการในการควบคุมสินค้าประเภทดังกล่าวโดยตรง โดยมีสินค้าที่ใช้ได้สองทางเพียงบางรายการเท่านั้นที่อยู่ในความควบคุม และยังกระจัดกระจายอยู่ในพระราชบัญญัติต่าง ๆ หลายฉบับ ทำให้ประเทศไทยอาจถูกใช้เป็นศูนย์กลางในการส่งผ่านสินค้าที่ใช้ได้สองทางเพื่อสนับสนุนและใช้ในการก่อการร้าย และอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศอื่น ๆ ในการตัดสินใจนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การกำหนดมาตรการควบคุมสินค้าที่ใช้ได้สองทางภายใต้กฎหมายของประเทศไทยที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันสามารถทำได้ในขอบเขตที่จำกัด เพราะพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดระเบียบการส่งออกและการนำเข้าสินค้าเท่านั้น ประเทศไทยจึงยังไม่มีกฎหมายควบคุมการส่งผ่าน การถ่ายลำ การนำเข้ามาเพื่อส่งกลับออกไป และการให้บริการนายหน้าของสินค้าที่ใช้ได้สองทาง นอกจากนี้ การกำหนดมาตรการใด ๆ เพื่อควบคุมสินค้าที่ใช้ได้สองทางย่อมส่งผลกระทบต่อภาคเอกชนทั้งทางด้านการค้าและการลงทุน วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ จึงเสนอแนะมาตรการในระยะสั้นให้กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ภายใต้พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 กำหนดให้สินค้าที่ใช้ได้สองทางเป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตก่อนส่งออกสินค้าดังกล่าว และกำหนดมาตรการระยะยาวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการออกกฎหมายเฉพาะเพื่อสร้างระบบควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูงทั้งหมด ซึ่งรวมถึงสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ทั้งนี้ มาตรการควบคุมสินค้าที่ใช้ได้สองทางดังกล่าวควรดำเนินการควบคู่ไปกับโครงการผู้ประกอบการมาตรฐานเออีโอของกรมศุลกากร เพื่อเป็นการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับภาคเอกชน

ความสัมพันธ์ระหว่างความตกลง WTO กับพิธีสารการเข้าเป็นสมาชิก : ศึกษากรณีการจำกัดการส่งออกแร่ของจีน

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาว่าแนวคำตัดสินของ WTO ที่ให้น้ำหนักพิธีสารการเข้าเป็นสมาชิกเหนือกว่าความตกลง WTO เป็นคำตัดสินที่ไม่สอดคล้องกับแนวคำตัดสินของ GATT/WTO ที่ผ่านมาซึ่งมีสมดุลระหว่างการค้าและสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ในการศึกษาวิทยานิพนธ์นี้ ผู้เขียนได้ศึกษาถึงแนวทางการตีความของพิธีสารการเข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ GATT ถึง WTO แนวทางการตีความตามมาตรา 20 (g) ของ GATT 1994 หลักการตีความสนธิสัญญาตามอนุสัญญากรุงเวียนนา ค.ศ. 1969 และวิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมายเกี่ยวกับคำตัดสินกรณีการจำกัดการส่งออกแร่ของจีน จากการศึกษาวิจัยดังกล่าวพบว่าในยุคของ GATT มีแนวโน้มการตีความที่ให้น้ำหนักกับความตกลง GATT 1947 เหนือกว่าพิธีสารการเข้าเป็นภาคี เพราะพิธีสารการเข้าเป็นภาคีเป็นความตกลงที่อาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงและทำลายความมั่นคงและความคาดการณ์ได้ของระบบ GATT 1947 ซึ่งเป็นความตกลงเดียวที่มีผลใช้บังคับในขณะนั้น แต่ในยุคของ WTO มีแนวทางการตีความที่ให้น้ำหนักกับพิธีสารการเข้าเป็นสมาชิกเหนือกว่าความตกลง GATT 1994 ซึ่งเป็นความตกลงแนบท้าย WTO เพราะกรอบความตกลง WTO มีลักษณะเป็น the Single Undertaking (ลงนามครั้งเดียวแต่มีผลผูกพันทุกความตกลง) เมื่อเกิดกรณีพิพาทระหว่างมาตรา 20 (g) ของ GATT 1994 กับพิธีสารการเข้าเป็นสมาชิกขึ้น คณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาทและองค์กรอุทธรณ์จึงหลีกเลี่ยงที่จะตีความว่าพิธีสารการเข้าเป็นสมาชิกเป็นส่วนหนึ่งของความตกลง GATT 1994 โดยให้น้ำหนักกับข้อบท/บทบัญญัติของพิธีสารการเข้าเป็นสมาชิกเหนือกว่าสมดุลระหว่างการค้าและสิ่งแวดล้อมดังจะเห็นได้จากกรณีการจำกัดการส่งออกแร่ของจีนที่ WTO ตัดสินว่า ถ้าพิธีสารการเข้าเป็นสมาชิกไม่มีถ้อยคำที่เชื่อมโยงถึงความตกลง GATT 1994 ประเทศที่เข้าเป็นสมาชิกของ WTO ภายหลังก็ไม่มีสิทธิใช้มาตรการกำกับ/ควบคุมทางการค้าภายใต้มาตรา 20 (g) ของ GATT 1994 ผ่านพิธีสารการเข้าเป็นสมาชิกได้ ซึ่งในประเด็นนี้มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ของนักวิชาการทางกฎหมายระหว่างประเทศและความเห็นแย้งของคณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาทในคดี China -...

การผ่านพิธีการศุลกากรสำหรับการนำเข้าของบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติภายใต้บริบทกฎหมายระหว่างประเทศ: ศึกษาการผ่านพิธีการศุลกากรของประเทศไทย

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหลักเกณฑ์การอำนวยความสะดวกการผ่านพิธีการศุลกากรสำหรับการนำเข้าของบรรเทาทุกข์ที่ปรากฏในกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยศุลกากรของประเทศไทยที่ไม่มีพิธีการศุลกากรบังคับใช้ในการอำนวยความสะดวกสำหรับการนำเข้าของบรรเทาทุกข์ไว้โดยเฉพาะ จากการศึกษาพบว่าในกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอนุสัญญาระหว่างประเทศและตราสารต่างๆที่เกี่ยวข้อง ได้ปรากฏหลักเกณฑ์การอำนวยความสะดวกการผ่านพิธีการศุลกากรสำหรับการนำเข้าของบรรเทาทุกข์ที่สอดคล้องกันทั้งหมด 6 ประการ ได้แก่ คำนิยาม เรื่องระยะเวลา การปรับปรุงขั้นตอนพิธีการศุลกากรให้รวดเร็ว การยกเว้นค่าภาษีอากรและค่าใช้จ่ายต่างๆ การผ่อนผันข้อห้ามข้อจำกัด และการจัดการของบรรเทาทุกข์ ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ทีช่วยให้การนำเข้าของบรรเทาทุกข์นั้นรวดเร็วขึ้น ทั้งนี้ ประเทศที่ได้นำหลักเกณฑ์ข้างต้นมาใช้ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยศุลกากรของตน จะทำให้ผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและลดความสูญเสียในวงกว้างได้ สำหรับประเทศไทย กฎหมายว่าด้วยศุลกากรที่ใช้บังคับในปัจจุบัน ไม่มีพิธีการศุลกากรที่ใช้อำนวยความสะดวกสำหรับการนำเข้าของบรรเทาทุกข์ไว้โดยเฉพาะ อีกทั้งมิได้บัญญัติขึ้นเพื่อบังคับใช้ในสถานการณ์เร่งด่วนเมื่อเกิดภัยพิบัติ การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยศุลกากรในปัจจุบันจึงกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้การนำเข้าของบรรเทาทุกข์ล่าช้า ดังนั้น ประเทศไทยจึงควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยศุลกากรให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของกฎหมายระหว่างประเทศข้างต้น โดยหลักเกณฑ์เรื่องคำนิยาม หลักเกณฑ์เรื่องระยะเวลา หลักเกณฑ์การยกเว้นค่าภาษีอากรและค่าใช้จ่ายต่างๆ หลักเกณฑ์การผ่อนผันข้อห้ามข้อจำกัด และหลักเกณฑ์การจัดการของบรรเทาทุกข์ ควรแก้ไขเพิ่มเติมในพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ภาค 4 และพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช 2469 ส่วนหลักเกณฑ์เรื่องการปรับปรุงขั้นตอนพิธีการศุลกากรให้รวดเร็ว อันเป็นหลักเกณฑ์ที่กำหนดหน้าที่และขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่ออำนวยความสะดวกในการนำเข้าของบรรเทาทุกข์ ควรแก้ไขเพิ่มเติมในประมวลระเบียบปฏิบัติศุลกากร พ.ศ. 2556 ซึ่งการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยศุลกากรของประเทศไทยดังกล่าวย่อมเป็นประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถอำนวยความสะดวกการผ่านพิธีการศุลกากรสำหรับการนำเข้าของบรรเทาทุกข์ได้อย่างรวดเร็วและทำให้ผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในประเทศไทยได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

การคุ้มครองแรงงานข้ามชาติหญิงจากพม่า : กรณีศึกษาลูกจ้างทำงานบ้านในกรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการจ้างงาน สภาพการทำงานของแรงงานข้ามชาติหญิงชาวพม่าที่ทำงานเป็นลูกจ้างทำงานบ้านในกรุงเทพมหานคร และการคุ้มครองแรงงาน วิธีการศึกษาเป็นการเก็บข้อมูลเชิงสำรวจโดยสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (structured interview) จากแรงงานข้ามชาติหญิงชาวพม่าที่ทำงานเป็นลูกจ้างทำงานบ้าน จำนวน 120 คน แบบสอบถามได้พัฒนาขึ้นจากกรอบแนวคิด และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) จากเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชน แรงงานข้ามชาติหญิงชาวพม่าที่ทำงานเป็นลูกจ้างทำงานบ้านจำนวน 10 คน การศึกษาครอบคลุมข้อมูลทั่วไปของแรงงานและการตัดสินใจเข้ามาทำงานในประเทศไทยในแง่การคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน ส่วนใหญ่ไม่มีสัญญาจ้างงานเป็นลายลักษณ์อักษรแต่ได้รับทราบเงื่อนไขข้อตกลงในการทำงานด้วยวาจา ลูกจ้างทำงานบ้านรับผิดชอบงานหลายหน้าที่ภายในบ้าน ลูกจ้างทำงานบ้านได้รับการคุ้มครองเพิ่มเติมเรื่อง วันหยุด วันลา ค่าตอบแทนในวันหยุดวันลา คุ้มครองการจ้างแรงงานเด็ก ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 14 (พ.ศ.2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ส่วนเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำและชั่วโมงทำงานกฎหมายไม่คุ้มครองแรงงานกลุ่มนี้ แต่ส่วนใหญ่ได้รับค่าจ้างอยู่ในเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด แม้มีชั่วโมงการทำงานยาวนาน 15-17 ชั่วโมงต่อวันแต่ก็มีเวลาพักสลับกับเวลาทำงาน ในแง่การคุ้มครองทางสังคมยังไม่มีสหภาพแรงงานสำหรับลูกจ้างทำงานบ้านในประเทศไทย มีเพียงการรวมกลุ่มอย่างไม่เป็นทางการของลูกจ้างทำงานบ้านที่ได้ไปเรียนหนังสือทุกวันอาทิตย์ในโครงการขององค์กรพัฒนาเอกชน การได้รับสวัสดิการพื้นฐานด้านที่พักอาศัย อาหาร น้ำดื่มอย่างถูกสุขลักษณะ และได้รับการประกันด้านสุขภาพจากรัฐไทย สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ ส่วนใหญ่มีบัตรประกันสุขภาพ และสามารถเข้าถึงการศึกษาได้จากโครงการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และการจัดการศึกษาโดยองค์กรพัฒนาเอกชน การที่ลูกจ้างทำงานบ้านทำงานในสถานที่ส่วนบุคคล การเข้าไปตรวจสอบถึงการละเมิดสิทธิแรงงานและการคุ้มครองแรงงานเป็นไปได้ยาก ดังนั้นการคุ้มครองจึงขึ้นอยู่กับการบังคับใช้กฎหมายและปฏิบัติตามกฎหมายของนายจ้างเป็นสำคัญ ข้อเสนอแนะรัฐควรสร้างกลไกให้พนักงานตรวจแรงงานเข้าถึงแรงงานทำงานบ้านเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองมากขึ้น และควรสนับสนุนสื่อต่างๆ ในการเผยแพร่ให้ความรู้เรื่องการคุ้มครองแรงงานด้านกฎหมายให้ครอบคลุมแก่นายจ้างและลูกจ้างในภาษาที่เข้าใจ

การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีต่อการยอมรับของสังคมต่อโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา

งานวิจัยชิ้นนี้มีจุดประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาในครัวเรือน พร้อมทั้งมีเป้าหมายที่จะเสนอแนวทางการสร้างการยอมรับเทคโนโลยีดังกล่าวให้เกิดขึ้น ในงานวิจัยนี้ได้จำแนกปัจจัยต่างๆ ออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ความรู้ความเข้าใจด้านพลังงาน, คุณลักษณะทางประชากร, ความคิดเห็นต่อคุณลักษณะของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์, และปัจจัยด้านนโยบายหรือมาตรการส่งเสริม ข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยถูกเก็บรวบรวมผ่านแบบสอบถามจากลุ่มตัวอย่างที่มีที่พักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ภาคกลางจำนวนทั้งสิ้น 400 ตัวอย่าง และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา จากการศึกษาพบว่ามีสองปัจจัยด้านคุณลักษณะทางประชากรที่อาจส่งผลต่อการยอมรับระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาในครัวเรือนได้แก่ รายได้และอาชีพ ส่วนปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย เพศ อายุ ระดับกาศึกษา ประเภทที่พักอาศัย และความรู้ความเข้าใจด้านพลังงานไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับการยอมรับ เนื่องจากอัตราการยอมรับในแต่ละคุณลักษณะค่อนข้างใกล้เคียงกัน ส่วนปัจจัยที่ที่มีความสำคัญและส่งผลต่อการตัดสินใจยอมรับมากที่สุดคือ ปัจจัยด้านการลดโลกร้อน ในขณะที่ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจไม่ยอมรับมากที่สุดคือปัจจัยด้านต้นทุนที่สูงเกินไป ส่วนผลการศึกษาด้านแนวทางการสร้างการยอมรับพบว่าประชาชนไม่ได้ให้ความสำคัญกับมาตรการด้านการรับซื้อไฟฟ้าในราคาสูงของภาครัฐเท่าใดนัก กลับเป็นมาตรการด้านการส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการที่มีความสำคัญสูงสุด เช่น การประภัยหรือเงินชดเชยความเสียที่เกิดจากภัยธรรมชาติ และการบริการหลังการขายโดยเฉพาะการบำรุงรักษา รวมถึงมาตรการด้านการลดหย่อนภาษีเป็นอีกเครื่องมือสำคัญที่ภาครัฐสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องผ่านผู้ประกอบการ

ผลของอัตราการเพิ่มอุณหภูมิต่อสมบัติทางแสงของฟิล์มบางไทเทเนียมไดออกไซด์ที่เตรียมด้วยวิธีการเคลือบปั่นเหวี่ยง

การเตรียมฟิล์มบางของไทเทเนียมไดออกไซด์สามารถเตรียมได้ด้วยวิธีการโซล-เจลร่วมกับการเคลือบปั่นเหวี่ยง โดยใช้พอลิเอธิลีนไกลคอล (PEG) เป็นสารช่วยกำเนิดรูพรุน พบว่าการเผาไล่สารอินทรีย์ที่ 450◦C เป็นเวลา 1 ชั่วโมง สามารถทำให้เกิดการสลายตัวของสารอินทรีย์ได้อย่างสมบูรณ์และทำให้เฟสอนาเทสเป็นเฟสที่เสถียร การเพิ่มอัตราการเพิ่มอุณหภูมิและการใช้ PEG ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงสามารถทำให้เกิดการรวมกลุ่มกันของเกรน (grain coalescence) ในบางบริเวณ ส่งผลให้การกระจายตัวของขนาดเกรนเป็นแบบทวิฐานนิยม (bimodal) โดยขนาดและความเป็นรูพรุนของตัวอย่างที่เติม PEG มีแนวโน้มลดลงเมื่ออัตราการเพิ่มอุณหภูมิมีค่าเพิ่มมากขึ้น สำหรับช่วงที่อัตราการสะท้อนแสง (Reflectivity) มีค่าน้อยที่สุดในตัวอย่างที่เติม PEG มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นขึ้นเพื่ออัตราการเพิ่มอุณหภูมิมีค่ามากขึ้น โดยอัตราการเพิ่มอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุด คือ 10◦C/min เนื่องจากทำให้ความสามารถในสะท้อนแสงในช่วงความยาวคลื่น 500-600 nm มีค่าน้อยที่สุด ซึ่งเป็นช่วงที่มีความเข้มแสงสูงสุดในแสงขาว

องค์ประกอบของแฟนตาซีในการนำเสนอปัญหาครอบครัวและปัญหาสิ่งแวดล้อมในนวนิยายชุด เดอะ สไปเดอร์วิก โครนิเคิลส์ ของ โทนี ดิเตอร์ลิซซิ และฮอลลี แบล็ก

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษานวนิยายแฟนตาซีชุดเดอะ สไปเดอร์วิก โครนิเคิลส์ ของโทนี ดิเตอร์ลิซซิ และฮอลลี แบล็ก ประกอบด้วยนวนิยาย 5 เล่ม ได้แก่ เดอะ ฟีลด์ ไกด์ (The Field Guide), เดอะ ซีอิง สโตน (The Seeing Stone), ลูซินดาส์ ซีเคร็ท (Lucinda’s Secret), ดิ ไอรอนวูด ทรี (The Ironwood Tree) และ เดอะ แร็ท ออฟ มุลการาธ (The Wrath of Mulgarath) มุ่งศึกษาการใช้องค์ประกอบแฟนตาซี ซึ่งหมายถึงความมหัศจรรย์เกินจริงที่นำเสนอผ่านองค์ประกอบของเรื่องแต่ง ได้แก่ ตัวละคร ฉาก เหตุการณ์ และโครงเรื่อง เพื่อสะท้อนปัญหาครอบครัวและปัญหาสิ่งแวดล้อมในสังคมร่วมสมัย จากการศึกษาพบว่าผู้ประพันธ์นำเสนอปัญหาและชี้แนะทางออกผ่านการเรียนรู้และเติบโตของจาเร็ด ผู้เป็นตัวละครเอกที่ยอมรับการหย่าร้างของพ่อแม่ และตระหนักถึงความสำคัญของครอบครัวในความเป็นจริงหลังการผจญภัยในรูปแบบแฟนตาซี ขณะเดียวกันผู้ประพันธ์นำเสนอให้ตัวละครเยาวชนเรียนรู้แนวคิดนิเวศสำนึกผ่านการใช้วัตถุวิเศษและการผจญภัยร่วมกับตัวละครแฟนตาซี กล่าวคือเกิดการตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติและสถานะที่แท้จริงของมนุษย์ ว่ามนุษย์เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่อิงอาศัยธรรมชาติในการดำรงชีวิตเท่านั้น มิใช่เจ้าของหรือเจ้านายของธรรมชาติ ตัวละครเยาวชนในนวนิยายต้องน้อมรับความช่วยเหลือจากตัวละครแฟนตาซีฝ่ายธรรมชาติ จึงจะสามารถเอาชนะปีศาจร้ายซึ่งเป็นศัตรูของธรรมชาติได้ จากการวิจัยพบว่าองค์ประกอบแฟนตาซีในนวนิยายเดอะ สไปเดอร์วิก โครนิเคิลส์ มีบทบาทสำคัญ ในการสื่อสารปมปัญหาครอบครัวควบคู่ไปกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ทำให้เยาวชนสามารถเรียนรู้และได้รับความสนุกสนานจากนวนิยายไปพร้อมๆ กัน

ผลของระยะห่างระหว่างอักษร ตำแหน่งอักษร จำนวนอักษร และคู่สีอักษรและสีพื้นหลัง ต่ออัตราการยืนยันความเป็นมนุษย์และอัตราความทนทานของแคปท์ชาข้อความ

การออบแบบแคปท์ชาข้อความต้องให้ง่ายต่อมนุษย์แต่ยากสำหรับโปรแกรมอัตโนมัติหรือเรียกว่าบอต การวัดความสามารถของแคปท์ชาข้อความคือ การวัดอัตราการยืนยันความเป็นมนุษย์ อันหมายถึงอัตราที่ผู้ใช้สามารถระบุอักษรที่ปรากฎในแคปท์ชาข้อความได้ถูกต้อง และการวัดอัตราความทนทานของแคปท์ชาข้อความ อันหมายถึงอัตราที่แคปท์ชาข้อความสามารถป้องกันการโจมตีของโปรแกรมโอซีอาร์ ยังไม่พบงานวิจัยที่ได้วิเคราะห์ผลของ (1) ระยะห่างระหว่างอักษร (2) ตำแหน่งอักษร (3) จำนวนอักษร หรือ (4) คู่สีอักษรและสีพื้นหลังของแคปท์ชาข้อความ ต่ออัตราการยืนยันความเป็นมนุษย์ และอัตราความทนทานของแคปท์ชาข้อความ วิทยานิพนธ์นี้จึงต้องการเติมเต็มความต้องการนี้ งานวิจัยนี้เป็นการทดลองในห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ การวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ระยะห่างระหว่างอักษร และจำนวนอักษร มีผลต่ออัตราการยืนยันความเป็นมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ทว่าผลของตำแหน่งอักษร และคู่สีอักษรและสีพื้นหลังต่ออัตราการยืนยันความเป็นมนุษย์ไม่มีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังพบว่าระยะห่างระหว่างอักษร และตำแหน่งอักษร มีผลต่ออัตราความทนทานของแคปท์ชาข้อความอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ทว่าผลของจำนวนอักษร และคู่สีอักษรและสีพื้นหลังต่ออัตราความทนทานของแคปท์ชาข้อความไม่มีนัยสำคัญ ข้อสรุปที่ได้จากการศึกษานี้เป็นแนวคิดในการพัฒนาแคปท์ชาข้อความ อีกทั้งผู้พัฒนาแคปท์ชาสามารถใช้ข้อค้นพบในงานนี้ เพื่อออกแบบแคปท์ชาข้อความที่ง่ายต่อการใช้งานของมนุษย์ และยากต่อการโจมตีของบอต

การศึกษาบทบาทครูสังคมศึกษาที่มีต่อการเสริมสร้างการรู้สารสนเทศของนักเรียนมัธยมศึกษา

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทครูสังคมศึกษาที่มีต่อการเสริมสร้างการรู้สารสนเทศของนักเรียนมัธยมศึกษา ปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหา ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กลุ่มตัวอย่าง คือ ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ที่สอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 474 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม จำนวน 1 ชุด ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1) การใช้ประเด็นปัญหาและกิจกรรมโครงงานเป็นกิจกรรมหลักที่ครูสังคมศึกษาใช้เสริมสร้างการรู้สารสนเทศให้กับนักเรียน 2) ครูสังคมศึกษามีการเสริมสร้างการรู้สารสนเทศให้กับนักเรียนบ่อยครั้งทั้ง 6 มาตรฐานการรู้สารสนเทศสำหรับนักเรียนไทย 3) ปัญหาที่มีต่อการเสริมสร้างการรู้สารสนเทศสำหรับนักเรียนไทย คือ ครูมีเวลาว่างไม่ตรงกับนักเรียนในการให้คำปรึกษา ความชำนาญของครูในการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย ความสามารถของนักเรียนในการสืบค้นข้อมูล เครือข่ายอินเทอร์เน็ตในสถานศึกษาไม่มีประสิทธิภาพ และงบประมาณไม่เพียงพอ 4) แนวทางการแก้ไขปัญหา คือ จัดอบรมครูในเรื่องการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างการรู้สารสนเทศ ครูควรพัฒนาทักษะต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการรู้สารสนเทศให้กับนักเรียน สถานศึกษาควรปรับปรุงระบบอินเทอร์เน็ตให้มีประสิทธิภาพ และให้การสนับสนุนด้านงบประมาณอย่างเพียงพอ

การแปลงหุ้นบุริมสิทธิในบริษัทจำกัดในประเทศไทย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ส่วนที่เกี่ยวกับบริษัทจำกัดมิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการแปลงหุ้นบุริมสิทธิเป็นสามัญไว้อย่างชัดแจ้ง และมาตรา 1142 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำหนดว่า ถ้าบริษัทได้ออกหุ้นบุริมสิทธิไปแล้ว ได้กำหนดไว้ว่าบุริมสิทธิจะมีแก่หุ้นนั้นๆ เป็นอย่างไร ท่านห้ามมิให้แก้ไขอีกเลย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่าการแปลงหุ้นบุริมสิทธิถือเป็นการแก้ไขสิทธิของหุ้นอย่างหนึ่ง ต้องห้ามมิให้กระทำตามมาตรา 1142 ส่งผลให้การแปลงหุ้นบุริมสิทธิจะต้องใช้วิธีการโดยอ้อม คือ ลดทุนบริษัทเพื่อยกเลิกหุ้นบุริมสิทธิ แก้ไขข้อบังคับโดยยกเลิกบุริมสิทธิในหุ้นดังกล่าว แล้วจึงดำเนินการเพิ่มทุนด้วยการออกหุ้นสามัญใหม่ทดแทนหุ้นบุริมสิทธิที่ถูกยกเลิกไป แต่วิธีการดังกล่าวมีข้อจำกัดหลายประการ คือ มีกระบวนการที่ยุ่งยากและซับซ้อนและใช้เวลาในการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อให้ได้รับมติลดทุน แก้ไขข้อบังคับ เพิ่มทุน บริษัทต้องคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นและให้ผู้ถือหุ้นนำเงินลดทุนดังกล่าวมาชำระเป็นค่าหุ้น ซึ่งเงินลดทุนดังกล่าวอาจไม่เพียงพอที่จะชำระค่าหุ้นเพิ่มทุน และหากเงินลดทุนดังกล่าวทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับกำไร ผู้ถือหุ้นจะต้องนำเงินกำไรดังกล่าวไปเสียภาษี รวมถึงเจ้าหนี้อาจใช้สิทธิคัดค้านการลดทุนได้ ซึ่งการแปลงหุ้นบุริมสิทธิโดยอ้อมด้วยการลดทุนดังกล่าวนั้น มิได้เป็นการลดทุนที่แท้จริงแต่ประการใด ผู้เขียนจึงเสนอแนะให้แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้มีบทบัญญัติรองรับการแปลงหุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นสามัญได้โดยตรงและเปลี่ยนแปลงบุริมสิทธิแห่งหุ้นได้

สรีระสัมพันธ์ : กระบวนการพัฒนาทักษะความเป็นนักดนตรีโดยใช้บทฝึกดนตรีเพื่อการเคลื่อนไหว

“สรีระสัมพันธ์” หมายถึง วิธีการสอนดนตรีผ่านทักษะการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างมีจังหวะ และสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเสียงดนตรี มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะความเป็นนักดนตรี (musicianship) ซึ่งประกอบด้วยทักษะสำคัญหลายด้าน เช่น โสตทักษะ ไหวพริบทางจังหวะ การแสดงออกทางดนตรี ทักษะทางด้านจังหวะเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดของการเป็นนักดนตรีที่ดี แต่นักดนตรีจำนวนไม่น้อยยังมีความบกพร่องทางจังหวะ บทฝึกดนตรี “สรีระสัมพันธ์” สร้างสรรค์จากการนำประสบการณ์สอนดนตรีตามแนวคิดของดัลโครส (Dalcroze Eurhythmics) ผนวกกับการศึกษาปรัชญาการสอนดนตรีร่วมสมัย รูปแบบจังหวะของเพลงนำมาจากจังหวะธรรมชาติที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของมนุษย์ เช่น เดิน วิ่ง กระโดด แกว่งแขน ไกวตัว ฯลฯ ชุดบทฝึก “สรีระสัมพันธ์” ประกอบด้วยบทเพลงเปียโน 30 เพลงสำหรับบรรเลงประกอบกิจกรรมดนตรีที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวร่างกาย แบ่งเป็น 3 ระดับขั้น ได้แก่ ระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง บทฝึกนี้จะเป็นประโยชน์แก่นักเรียนดนตรีและบุคคลทั่วไปที่ต้องการพัฒนาทักษะความเป็นนักดนตรี

Bioactive compounds from the roots of Gnetum Macrostachyum

In phytochemical investigation for bioactive compounds from Thai medicinal plants in the family Gnetaceae, acetone crude extract from the roots of Gnetum macrostachyum was selected for isolation, purification and structure elucidation. The chromatographic separation of acetone crude extract led to the isolation of five new stilbenoids, macrostachyol A (6), B (7), C (11), D (13), and gnetumacrosin (9) along with eight known stilbenoids, isorhapontigenin (1), trans-resveratrol (2), gnetol (3), gnetin C (4), latifolol (5), parvifolol...

Ability of HSV replication in human T-lymphocytes from HIV-infected patients

HSV infection is an opportunistic infection found in HIV-infected patients. In such cases, the generalized infection is commonly occurred and may be caused by circulating HSV-infected T lymphocytes. Previous study demonstrated that HSV could replicate in T-lymphocytes but virion production has been shown to be lower than in epithelial cells. Moreover, the replication of HSV-1 increased in T-lymphocyte activated by phytohemagglutinin (PHA). One of these mechanisms may be upregulation of Herpes virus entry mediator (HVEM)...

การออกแบบและสร้างสถานีงานต้นแบบโดยใช้หลักการยศาสตร์: กรณีศึกษา

การศึกษาวิจัยนี้เพื่อออกแบบและสร้างสถานีประกอบอันเนื่องมาจากได้มีการนำสวิตช์ตัดตอนไฟฟ้าแรงสูงชนิดภายในเป็นสุญญากาศแบบ 3 ขั้ว มาทดแทนสวิตช์ตัดตอนไฟฟ้าแรงสูงชนิดภายในบรรจุก๊าชเอสเอฟซิกซ์แบบ 3 ขั้ว ที่เป็นผลิตภัณฑ์เดิม ทั้งนี้ถึงแม้ว่าหน้าที่และหลักการทำงานของผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดจะเหมือนกัน แต่ลักษณะภายนอกค่อนข้างแตกต่างกัน ทำให้ต้องทำการศึกษาขั้นตอนการประกอบของผลิตภัณฑ์เดิมก่อน และใช้หลักการประเมินทางการยศาสตร์ด้วยวิธีการลูล่าเข้ามาช่วยในการประเมิน จากผลการศึกษาพบว่าการประกอบผลิตภัณฑ์เดิมประกอบด้วย 11 ขั้นตอน (11 สถานีงาน) ใช้ระยะทางการประกอบทั้งหมด 113 เมตร และผลคะแนนการประเมินความเสี่ยงทางการยศาสตร์การทำงานโดยวิธีการลูล่าเฉลี่ยเป็น 6.45 คะแนน ซึ่งเป็นระดับที่สูงมากจำเป็นต้องการปรับปรุงสถานีงานทันที ดังนั้น จึงได้ทำการออกแบบสถานนีงานใหม่โดยได้นำหลักการทางการยศาสตร์ หลักการออกแบบจิ๊กฟิกเจอร์ รวมไปถึงหลักการออกแบบสถานีงาน เพื่อปรับปรุงกระบวนการโดยออกแบบขั้นตอนการประกอบได้ 7 ขั้นตอนและรวมสถานีงานให้เป็นสถานีงานเดียวเพื่อลดระยะทางในการขนย้าย สถานีงานสามารถปรับระดับและหมุนรอบได้เพื่อให้สามารถปรับให้เข้ากับผู้ปฏิบัติงาน ผลคะแนนการประเมินความเสี่ยงทางการยศาสตร์การทำงานโดยวิธีการลูล่าเฉลี่ยเป็น 4.57 คะแนน ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับสถานีงานเดิม

การศึกษาปัจจัยและค่าที่เหมาะสมเพื่อลดปริมาณฝุ่น: กรณีศึกษาของกระบวนการล้างลำตัวเลเซอร์เฮดด้วยเครื่องล้างอัลตร้าโซนิค

การศึกษาค้นคว้าอิสระนี้นำเสนอการลดของเสียในกระบวนการผลิตก๊าซเลเซอร์ วัตถุประสงค์ของการวิจัย คือ เพื่อลดปริมาณฝุ่นของกระบวนการล้างลำตัวเลเซอร์เฮดด้วยเครื่องล้างอัลตร้าโซนิค วิธีการวิจัยเริ่มจากการรวบรวมข้อมูลการเกิดของเสียในการผลิตก๊าซเลเซอร์ซึ่งปัญหาที่มากที่สุดคือการเกิดรอยไหม้ที่กระจกสะท้อนและเลนส์ (Burn Optic) ซึ่งเกิดจากฝุ่นที่ตกค้างหลังกระบวนการล้างลำตัวเลเซอร์เฮด (เฮ้าส์ซิ่ง) จากนั้นทำการออกแบบการทดลองโดยใช้วิธีการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ แล้วทำการกรองปัจจัยที่คาดว่ามีผลกระทบต่อปริมาณฝุ่นของเครื่องล้างอัลตร้าโซนิค ปัจจัยที่พิจารณา ได้แก่ กำลังในการสั่น เวลาในการล้าง อุณหภูมิของการล้างและอัตราการไหลเวียนของน้ำ วัดค่าปริมาณฝุ่นโดยใช้ค่า LPC (Liquid particle Counter) เป็นตัวตอบสนอง ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณฝุ่นหลังกระบวนการล้าง คือ กำลังในการสั่น เวลาในการล้าง และอุณหภูมิของการล้าง จากนั้นทำการหาผลของปัจจัยที่มีอิทธิพลหลักและอิทธิพลร่วม รวมทั้งระดับที่เหมาะสมที่ทำให้ผลตอบสนองมีค่าต่ำสุดโดยการทดลองแบบฟูลแฟกทอเรียลชนิดสองระดับ ผลการวิจัยพบว่าระดับปัจจัยที่มีผลให้ปริมาณฝุ่นน้อยที่สุดคือกำลังในการสั่น 80% อุณหภูมิของการล้าง 95°C และระยะเวลาในการล้าง 9 นาที โดยสามารถให้ค่าปริมาณฝุ่นลดลง 32.83%

การออกแบบและปรับปรุงระบบขับเคลื่อนรถปั่นพลังงานมนุษย์

บทความนี้นาเสนอการออกแบบ และจาลองการทดสอบ เพื่อปรับปรุงระบบขับเคลื่อนของรถปั่นพลังงานมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การวิจัยเริ่มจากการศึกษารูปแบบและข้อจากัดของระบบส่งกาลังแบบเดิมซึ่งได้พบข้อจากัด คือความเร็วรอบของเพลาขับในขณะที่ปั่นยังมีความเร็วรอบที่ต่า ส่งผลให้ความเร็วของรถสามารถทาได้เพียง 10.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในขณะที่ใช้ความเร็วในการปั่นเท่ากับ 60 รอบต่อนาที และเป็นการออกแรงโดยตรงเพื่อใช้ในการปั่นรถให้เคลื่อนที่ การออกแบบระบบการขับเคลื่อนแบบใหม่ ใช้หลักการของชุดเฟืองแพลนเนตตารี่ ซึ่งช่วยให้สามารถลดแรงในการปั่นได้ และยังสามารถเพิ่มความเร็วของเพลาปั่นให้มีความเร็วรอบสูงขึ้นในขณะที่ใช้ความเร็วในการปั่นเท่าเดิมคือ 60 รอบต่อนาที หลังจากที่ได้ออกแบบและจาลองการทางานของระบบขับเคลื่อนแบบใหม่โดยใช้หลักการของชุดเฟืองแพลนเนตตารี่แล้ว ก็พบว่าระบบขับเคลื่อนแบบใหม่นี้สามารถเพิ่มความเร็วของรถได้จาก 10.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไปเป็น 37.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะที่ยังใช้ความเร็วรอบในการปั่นเท่าเดิม

การปรับปรุงกระบวนการตัดแผ่นเวเฟอร์ด้วยเลเซอร์

งานวิจัยนี้ได้นาเสนอวิธีการปรับปรุงกระบวนการตัดแผ่นเวเฟอร์ด้วยเลเซอร์ เพื่อลดการสูญเสียตัวดาย (Die) จากการกระบวนการตัดแผ่นเวเฟอร์ด้วยเลเซอร์เป็นจานวนมาก ซึ่งพบว่ามีข้อบกพร่องการไม่แยกกันของตัวดายนั้นเป็นอันดับหนึ่งของปัญหาทั้งหมด โดยนาเทคนิคการออกแบบการทดลองทางสถิติเข้ามาช่วยในการวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงกระบวนการ การศึกษาเริ่มจากหาปัจจัยที่มีผลการกระบวนการตัดแผ่นเวเฟอร์ด้วยเลเซอร์ โดยใช้การออกแบบการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ และใช้การออกแบบการทดลองเชิงแฟกทอเรียลเพื่อยืนยันผลการการทดลองอีกครั้ง แล้วจึงนาทฤษฎีทั้งสองมาประยุกต์ใช้เพื่อค้นหาระดับที่มีผลต่อกระบวนการตัดแผ่นเวเฟอร์ด้วยเลเซอร์ จากขั้นตอนแรกนั้น การออกแบบการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์และการออกแบบการทดลองแบบเชิงแฟคทอเรียล 2k ได้ถูกนามาประยุกต์เพื่อศึกษาอิทธิพลของปัจจัยทั้ง 3 ปัจจัย ที่มีผลต่อค่าตอบสนอง ทาให้ทราบว่ามีปัจจัย 2 ปัจจัย ที่มีผลอิทธิพลต่อค่าตอบสนอง คือ ความหนาของแผ่นเวเฟอร์ และค่าความต้านทานของแผ่นเวเฟอร์ ซึ่งจากการทดลองพบว่า ยิ่งค่าระดับต่าๆ ทาให้ได้ค่าบกพร่องการไม่แยกกันของตัวดายมีค่าน้อยลงไปเรื่อย จากนั้นทาการหาระดับปัจจัยที่เหมาะสมด้วยวิธีการปีนลงด้วยทางชันที่สุด ซึ่งพบว่าทาให้มีค่าเฉลี่ยการไม่แยกกันของตัวดายลดลงเหลือ 0.323% ซึ่งต่ากว่าค่าที่ลูกค้ากาหนด ที่ 1%

ความรักในทฤษฎีวรรณคดีสันสกฤต

ศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับความรักในทฤษฎีวรรณคดีสันสกฤต รวมทั้งศึกษาความเหมือนและความต่างของความรักในทฤษฎีวรรณคดีสันสกฤตกับความรักในวรรณคดีสันสกฤต โดยศึกษาข้อมูลเรื่องทฤษฎีความรักจากวรรณคดีสันสกฤตประเภทตำรา 3 เล่มคือ นาฏยศาสตร์ ทศรูปกะ และสาหิตยทรรปณะ และศึกษาเรื่องความรักในวรรณคดีสันสกฤตประเภทขัณฑกาพย์ 3 เรื่องคือ อมรุศตกะของกวีอมรุ ศฤคารศตกะของภรรตฤหริ และเจารปัญจาศิกาของพิลหณะ นาฏยศาสตร์กล่าวถึงความรักระหว่างชายหญิงว่าเป็นศฤงคารรสซึ่งเป็นหนึ่งในรสทั้งแปด การเกิดขึ้นของรสเกี่ยวข้องกับภาวะต่างๆหลายขั้นตอนคือ สถายิภาวะ (ความรู้สึกถาวรและดำรงอยู่นาน) อนุภาวะ (ผลของความรู้สึกที่มีมาก่อน) สาตตวิกภาวะ (ความรู้สึกที่แท้จริง ซึ่งทำให้มีการแสดงออกโดยทันทีและโดยไม่ตั้งใจ) และวยภิจาริภาวะ (ความรู้สึกที่เกิดขึ้นและหายไปในระยะที่ไม่แน่นอน) ทฤษฎีรสในนาฏยศาสตร์นี้ได้รับการยอมรับจากนักคิดชาวอินเดียในสมัยต่อมา และกลายเป็นทฤษฎีหนึ่งในทศรูปกะและสาหิตยทรรปณะ โดยมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ความรักหรือศฤงคารรส แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ สัมโภคะ (ความรักที่สมหวัง) และวิประลัมภะ (ความรักที่ต้องพลัดพรากจากกัน) โดยทศรูปกะได้เพิ่มเติมไว้อีกหนึ่งประเภทคือ อโยคะ ซึ่งแทบจะไม่มีอะไรแตกต่างกับวิประลัมภะเลย ในส่วนของขัณฑกาพย์ทั้ง 3 เรื่องที่อ้างมา เป็นบทลำนำที่เขียนขึ้นด้วยภาษาสันสกฤต ประดับด้วยอลังการต่างๆ และตามรอยทฤษฎีของนาฏยศาสตร์ ขัณฑกาพย์ทั้ง 3 เรื่องนี้เป็นคำประพันธ์ที่บรรยายความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะเมื่อคู่รักต้องพลัดพรากจากกัน ส่วนเจารปัญจาศิกาก็แสดงให้เห็นถึงความทรงจำและความคิดถึงกัน ซึ่งเป็นอนุภาวะตลอดทั้งเรื่อง

คุณภาพของระบบรายงานสาเหตุการตายของโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ปี พ.ศ. 2550

ศึกษาคุณภาพของระบบรายงานสาเหตุการตายของโรงพยาบาล สมเด็จพระปิ่นเกล้า ปี พ.ศ. 2550 ใช้รูปแบบการศึกษาเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยใช้แบบบันทึก ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจำนวน 561 ราย จากมรณบัตร หนังสือรับรองการตาย ข้อมูลการตายจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ นำมาเปรียบเทียบกับแฟ้มเวชระเบียนของผู้ป่วยที่เสียชีวิตระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2550 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2550 ทำการวิเคราะห์ข้อมูล หาร้อยละ ฐานนิยม และ หาความสอดคล้องโดยสถิติ Kappa ผลการศึกษาพบว่า มีผู้ป่วยเสียชีวิตจำนวน 561 ราย เป็นเพศชาย 51.16% เพศหญิง 48.84% อายุเฉลี่ย 65.98 ปี (SD=19.90) คุณภาพของระบบรายงานสาเหตุการตาย ด้านความครบถ้วนของจำนวนผู้ป่วยที่เสียชีวิต พบว่า ข้อมูลการตายที่ได้จากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ พบข้อมูลมากที่สุด (99.82%) รองลงมาได้แก่ แฟ้มเวชระเบียน (97.5%) หนังสือรับรองการตาย (95.72%) และมรณบัตร (95.19%) ด้านความถูกต้องของการบันทึกสาเหตุการตาย พบว่า สาเหตุการตายที่เลือกจากหนังสือรับรองการตายมาบันทึกในมรณบัตรเลือกได้ถูกต้อง 89.13% และสาเหตุการตายในมรณบัตรถูกต้องตรงกับแฟ้มเวชระเบียน 57.04% และพบการใช้คำแสดงรูปแบบการตายบันทึกสาเหตุการตายในมรณบัตร 13.76% สาเหตุการตายในหนังสือรับรองการตายถูกต้องตรงกับแฟ้มเวชระเบียน 50.75% และลักษณะที่ทำให้บันทึกสาเหตุการตายในหนังสือรับรองการตายไม่ถูกต้องคือ บรรทัดล่างสุดไม่ใช่สาเหตุการตาย ด้านความสอดคล้องกันของสาเหตุการตายเมื่อเปรียบเทียบกับแฟ้มเวชระเบียน ตามรหัส ICD-10 3 digits พบว่าในภาพรวม มรณบัตรมีความสอดคล้อง...

การควบคุมการใช้อำนาจของแพทยสภาโดยศาลปกครอง

ศึกษาถึงลักษณะการใช้อำนาจทางปกครองของแพทยสภาในการควบคุม การประกอบวิชาชีพเวชกรรม ลักษณะและขอบเขตของการควบคุมตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการใช้อำนาจดังกล่าวโดยศาลปกครอง พร้อมทั้งศึกษาเปรียบเทียบในเรื่องดังกล่าวกับต่างประเทศ อันได้แก่ ประเทศอังกฤษและประเทศฝรั่งเศส โดยเน้นการศึกษาจากแนวคำวินิจฉัยของศาลเป็นสำคัญ จากการศึกษาพบว่า การควบคุมตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการใช้อำนาจทางปกครองของแพทยสภา ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมโดยศาลปกครองในประเทศไทย การควบคุมโดยศาลปกครองในประเทศฝรั่งเศส หรือการควบคุมโดยศาลยุติธรรมในประเทศอังกฤษ องค์กรศาลมีอำนาจเข้าไปควบคุมตรวจสอบการกระทำทางปกครองของแพทยสภาได้ทั้งในส่วนที่เป็นการออกกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือ คำวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทเกี่ยวกับการประพฤติผิดจริยธรรมหรือจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเวชกรรม (หรือที่ในประเทศฝรั่งเศส เรียกว่า “นิติกรรมทางตุลาการ”) ว่าเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แต่จะมีลักษณะที่แตกต่างกันที่น่าสนใจในส่วนของคำวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาท ซึ่งในประเทศฝรั่งเศสสามารถยื่นฟ้องคดีต่อกองเซย เดตา หรือสภาแห่งรัฐ (ซึ่งเทียบได้กับศาลปกครองสูงสุดในประเทศไทย) ได้โดยตรง แต่จะยื่นฟ้องได้เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้น โดยเกิดจากแนวคิดที่ว่าเมื่อข้อพิพาทดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาวินิจฉัยโดยองค์กรวินิจฉัยชี้ขาด ซึ่งมีองค์ประกอบเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งทางด้านการแพทย์และทางด้านกฎหมายแล้ว ปัญหาข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวจึงควรรับฟังเป็นยุติโดยผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญดังกล่าวแล้ว ซึ่งทำให้ การพิจารณาวินิจฉัยคดีดังกล่าวมีความรวดเร็วและสอดคล้องกับหลักการมอบอำนาจทางปกครองให้แก่องค์กรวิชาชีพ เป็นผู้ควบคุมตรวจสอบกันเอง พร้อมกับจำกัดบทบาทในการควบคุมตรวจสอบโดยองค์กรศาล ไว้เพียงในส่วนที่เป็นปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามหลักนิติรัฐและหลักการแบ่งแยกอำนาจนั่นเอง ผู้ศึกษาจึงได้เสนอให้มีการปรับแก้หลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าวในส่วนของประเทศไทย ให้มีลักษณะเช่นเดียวกันกับประเทศฝรั่งเศสดังกล่าว

กระบวนการหลุดพันจากความเป็นหนี้ : กรณีศึกษากลุ่มปราชญ์ชาวบ้านภาคอีสาน

ศึกษาถึงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนที่มีผลต่อการก่อหนี้ และกระบวนการต่อสู้เพื่อหลุดพ้นจากความเป็นหนี้ เพื่อศึกษาแนวคิดและวิธีการของปราชญ์ชาวบ้านที่ทำให้หลุดพ้นจากความเป็นหนี้ เป็นแนวทางให้เกษตรกรอื่นนำไปใช้ปฏิบัติ เพื่อให้หลุดพ้นจากความเป็นหนี้ ในการศึกษาครั้งนี้ ผู้วิจัยได้เลือกศึกษาจากกลุ่มปราชญ์ชาวบ้าน พหุภาคีภาคอีสาน จำนวน 8 ท่าน เนื่องจากกลุ่มปราชญ์นี้เป็นคนในท้องถิ่นอีสาน เป็นผู้ประสบความสำเร็จในดำเนินชีวิต ที่เป็นหนี้ก็สามารถหลุดพ้นจากความเป็นหนี้ได้ นอกจากนั้นปราชญ์กลุ่มนี้ยังขยายแนวความคิดต้นแบบด้วยการเปิดศูนย์การเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์การแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับชุมชนอีกด้วย ผู้วิจัยได้ดำเนินการศึกษาค้นคว้าเอกสารที่เกี่ยวข้องกับปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อศึกษาถึงแนวทางที่ปราชญ์ได้ดำเนินชีวิต และได้ดำเนินการสัมภาษณ์เชิงลึก ด้วยแบบสัมภาษณ์อย่างมีโครงสร้าง เพื่อสอบถามเกี่ยวกับวิถีชีวิต การก่อหนี้และวิธีการที่ทำให้ปราชญ์หลุดพ้นจากความเป็นหนี้ได้ รวมทั้งได้เข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มปราชญ์ชาวบ้าน ทั้งในรูปแบบของการประชุมกลุ่ม การถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ รวมถึงการเข้าร่วมประเพณีของกลุ่มปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อศึกษาถึงการดำเนินชีวิตและวิถีของชาวบ้าน จากการศึกษาได้ข้อค้นพบว่า ปราชญ์ทุกท่านได้ "ปฏิวัติความคิด" ได้สำเร็จซึ่งเป็นกุญแจเปิดใจที่สำคัญที่สุด จากการพึ่งการเพาะปลูกพืชเดี่ยวเชิงพาณิชย์ มาเป็นการปลูกพืชเพื่อสร้าง “ความมั่นคงทางอาหาร” ได้สำเร็จ การอยู่การกินภายในครัวเรือน ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิวัติ ทวนกระแสทุนนิยม ไม่พึ่งตลาด หันมาพึ่งตนเอง และพึ่งพากันเองในชุมชน และมีความสุขในความพอเพียง ซึ่งในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ สามารถลดหนี้ปลดสินได้ แม้ว่าจะต้องทนทุกข์กับหนี้สินเป็นระยะเวลานานก็ตาม เมื่อนำความเป็นอยู่อย่างพออยู่พอกินมาเทียบเคียงกับพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว พบว่ามีความเหมือนกันกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างมาก เพื่อให้กระบวนการหลุดพ้นจากความเป็นหนี้เป็นไปอย่างเป็นรูปธรรม ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะว่า กลุ่มบุคคลที่สำคัญของกระบวนการนี้ ได้แก่ ครอบครัวเกษตรกรของชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ต้องมีจิตสำนึกในการที่จะร่วมขบวนการทำให้บรรลุความสำเร็จอย่างจริงใจและจริงจัง เพื่อแก้ไขความยากจนให้บรรเทาและหมดสิ้นไปทั่วประเทศ

การส่งสัญญาณของเงินปันผลต่อผลประกอบการในอนาคตของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย : บทบาทของมูลค่าตลาดและสภาพคล่องในการซื้อขายหลักทรัพย์

ทดสอบว่า การจ่ายเงินปันผลของบริษัทส่งสัญญาณไปยังผลประกอบการในอนาคตได้หรือไม่ และศึกษาว่าบทบาทของมูลค่าตลาดและสภาพคล่องในการซื้อขายหลักทรัพย์ ส่งผลต่อการส่งสัญญาณของเงินปันผลหรือไม่ โดยใช้ข้อมูลจาก 210 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นและดำเนินกิจการมาอย่างต่อเนื่องในช่วงปี พ.ศ. 2545-2550 ผลการศึกษาพบว่า ในกรณีของกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าตลาดอยู่ในระดับกลางและระดับสูง และกลุ่มบริษัทที่มีสภาพคล่องในการซื้อขายหลักทรัพย์อยู่ในระดับกลางและระดับสูงนั้น การจ่ายเงินปันผลไม่ได้ส่งสัญญาณถึงผลประกอบการในอนาคต เนื่องจากกลุ่มบริษัทเหล่านี้ถือเป็นกลุ่มบริษัทที่นักลงทุนทั่วไปให้ความสนใจ และติดตามข้อมูลข่าวสารของบริษัท ทำให้ผู้บริหารของบริษัทมีช่องทางอื่นๆ ในการส่งข้อมูลข่าวสารของบริษัทไปสู่นักลงทุนนอกเหนือจากการจ่ายเงินปันผล ในทางตรงกันข้ามการจ่ายเงินปันผลของกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าตลาดระดับต่ำ และกลุ่มบริษัทที่มีสภาพคล่องในการซื้อขายอยู่ในระดับต่ำ กลับส่งสัญญาณไปยังผลประกอบการในอนาคตได้ในระยะสั้น เนื่องจากว่าบริษัทเหล่านี้ไม่ได้เป็นที่ติดตามของนักลงทุนทั่วไป ผู้บริหารบริษัทจึงจำเป็นต้องส่งข้อมูลข่าวสารผ่านทางการจ่ายเงินปันผล ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่ช่องทางในการส่งสัญญาณเกี่ยวกับข้อมูลของบริษัทในอนาคต จากผลการศึกษาของบริษัททั้ง 3 กลุ่ม ทำให้สามารถสรุปได้ว่า มูลค่าตลาดและสภาพคล่องในการซื้อขายหลักทรัพย์ มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงข้ามต่อการส่งสัญญาณของเงินปันผลไปยังผลประกอบการในอนาคต

ผลของการจัดการเรียนการสอนตามแนวกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ที่มีต่อความสามารถในการอ่านโฆษณาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1

ศึกษาผลของการจัดการเรียนการสอนตามแนวกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้หลักการสอนอ่านแบบชี้นำการคิด ที่มีต่อความสามารถในการอ่านโฆษณาอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2550 โรงเรียนมหาวีรานุวัตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 จำนวน 27 คน ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลองรวม 9 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบทดสอบความสามารถในการอ่านโฆษณา วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1. นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนตามแนวกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ มีคะแนนเฉลี่ยของความสามารถในการอ่านโฆษณา สูงกว่าก่อนได้รับการจัดการเรียนการสอนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนตามแนวกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ มีคะแนนเฉลี่ยของความสามารถในการอ่านโฆษณาสูงกว่าเกณฑ์ 60%

Registration Year

  • 2019
    22,765

Resource Types

  • Dataset
    19,825
  • Text
    2,940