22,765 Works

การประเมินสภาวะสบายตาจากการใช้ LED media display ภายในอาคาร

งานวิจัยฉบับนี้ได้ทำการประเมินสภาวะสบายตาจากการใช้ LED media display ภายในอาคาร เพื่อศึกษาหาอัตราส่วนความต่างของค่าความสว่างระหว่าง LED media display กับความสว่างพื้นหลังโดยรอบที่สบายตาและแนวทางการประยุกต์ใช้ โดยทำการศึกษาในห้องทดลองที่กำหนดขึ้น ซึ่งแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม โดยค่าความสว่างที่ 250 cd/m² กำหนดค่าความสว่างพื้นหลังในลักษณะ gray scale 8 ระดับ และ color 8 ระดับ ใช้ผู้เข้าร่วมทดสอบ จำนวน 40 คน และที่ค่าความสว่าง 550 cd/m² กำหนดค่าความสว่างพื้นหลังในลักษณะ gray scale 8 ระดับ ใช้ผู้เข้าร่วมทดสอบ 70 คน รวมทั้งสิ้น 24 กรณีศึกษา สรุปผลการทดลองโดยการวิเคราะห์จากการใช้สถิติ Logistic regression เพื่อหาค่าความสัมพันธ์ของระดับความเป็นไปได้ที่จะสบายตากับค่าความสว่างพื้นหลังของ LED media display ที่ค่าความสว่าง 250 cd/m² ในลักษณะ gray scale พบว่าร้อยละ 50 ของผู้ทดสอบรู้สึกสบายตาเมื่อค่าความสว่างพื้นหลังเท่ากับ 1.8 cd/m² และมากกว่าร้อยละ 50 ของผู้ทดสอบรู้สึกสบายตาที่ค่าความสว่างพื้นหลังมีค่ามากกว่า 1.8 cd/m² - 12.2 cd/m² และที่ค่าความสว่างจอ 250 cd/m² ในลักษณะ color พบว่าร้อยละ 50...

การสร้างข่าวของรายการข่าวท้องถิ่นของสถานีโทรทัศน์เคเบิ้ลทีวีจากสองสถานีในจังหวัดกำแพงเพชร

การศึกษาเรื่อง การสร้างข่าวของรายการข่าวท้องถิ่นของสถานีโทรทัศน์เคเบิ้ลทีวีจากสองสถานีในจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบถึงลักษณะการสร้างข่าวของรายการข่าวท้องถิ่นของสถานีโทรทัศน์เคเบิ้ลทีวีในจังหวัดกำแพงเพชรและเพื่อให้ทราบถึงการตอบสนองความต้องการที่เกินพอดีของผู้รับชมรายการข่าวทางสถานีโทรทัศน์เคเบิ้ลทีวีในจังหวัดกำแพงเพชรที่มีต่อข่าวท้องถิ่นที่นำเสนอทางสถานีโทรทัศน์เคเบิ้ลทีวีในจังหวัดกำแพงเพชร จากการศึกษาการสร้างข่าวของทางสถานีโทรทัศน์เคเบิ้ลทีวีทั้งสองสถานีในจังหวัดกำแพงเพชร พบว่าลักษณะของสร้างข่าวสามารถจำแนกตามลักษณะการใช้เหตุการณ์มี 2 ลักษณะ คือ 1.การสร้างข่าวจากเหตุการณ์จริงแต่มีการขยายประเด็นหรือมีการเติมต่อประเด็นต่างๆ และ 2.การสร้างข่าวจากเหตุการณ์เสมือนจริง (Pseudo-Events) โดยมีการสร้าง ตระเตรียม กระตุ้นให้เสมือนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ การตอบสนองความต้องการที่เกินพอดีของผู้ชมในรายการข่าวท้องถิ่น สามารถจำแนกออกได้เป็น 2 ลักษณะคือ (1) ผู้ผลิตข่าว เป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการตอบสนองความต้องการที่เกินพอดีเป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการตอบสนองความต้องการที่เกินพอดี (Extravagant Expectation) ซึ่งการนำเสนอภาพบุคคลในรายการข่าวท้องถิ่นซึ่งปรากฏภาพแหล่งข่าวประเภทบุคคล และภาพชาวบ้านในท้องถิ่น (2) แหล่งข่าว เป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการตอบสนองความต้องการที่เกินพอดี เพราะการที่แหล่งข่าวเป็นผู้กระตุ้นให้เกิดภาพปรากฏในรายการข่าว เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ ตัวบุคคล องค์กร หรือแสดงถึงบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบ ของแหล่งข่าว

แนวโน้มการพัฒนารูปแบบโรงแรมบูติก : กรณีศึกษา โรงแรม ในเขตอำเภอหัวหิน-ชะอำ

จากการที่ภาครัฐได้กำหนดนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวทั่วประเทศ เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวไทย ที่เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้เติบโตยิ่งขึ้น รวมไปถึงพื้นที่เมืองท่องเที่ยวคู่แฝด หัวหิน-ชะอำ และในปัจจุบันธุรกิจหนึ่งที่พัฒนาไปพร้อมกับธุรกิจท่องเที่ยว นั่นก็คือธุรกิจที่พัก ซึ่งโรงแรมเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจนั้น โรงแรมทั่วโลกในปัจจุบันได้มีการพัฒนาอย่างมากมายหลายประเภท เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีลักษณะการท่องเที่ยวที่แสวงหาสิ่งใหม่มากขึ้นต่างจากลักษณะการท่องเที่ยวในอดีต โรงแรมบูติกเป็นโรงแรมลักษณะใหม่ที่ทั่วโลกให้ความสนใจและมีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงโรงแรมบูติกในประเทศไทย และในพื้นที่อำเภอหัวหิน-ชะอำ เช่นกัน ผู้วิจัยได้แบ่งโรงแรมกลุ่มตัวอย่างการศึกษาในแต่ละรูปแบบสไตล์ของโรงแรมบูติก ออกเป็น 4กลุ่ม คือ สไตล์พื้นถิ่น สไตล์ย้อนยุค สไตล์ผสมผสาน และสไตล์สมัยใหม่ โดยได้จัดทำแบบสอบถามจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติรวม 218ตัวอย่าง จากการศึกษาพบว่านักท่องเที่ยวกลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 20-29ปี นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกเข้าพักโรงแรมบูติก 1-2ครั้งต่อปี และเลือกกลับมาพักที่โรงแรมเดิม(Repeater) ปัจจัยในการเลือกรูปแบบสไตล์ของโรงแรมบูติกที่นักท่องเที่ยวเลือกพัก คือ ความสวยงาม บรรยากาศของโรงแรมที่ดีเป็นปัจจัยสูงสุด รองลงมาคือ มีสไตล์ที่ตรงกับความชอบส่วนตัว และโรงแรมมีความสงบ เป็นส่วนตัว ตามลำดับ ผลการศึกษาระดับความสนใจของนักท่องเที่ยวที่มีต่อโรงแรมบูติกในแต่ละรูปแบบสไตล์ พบว่านักท่องเที่ยวให้ค่าระดับความสนใจระดับมากเป็นจำนวนมากที่สุดในสไตล์พื้นถิ่น นอกจากนี้รูปแบบพื้นที่ใช้สอยภายในโรงแรมบูติกที่จะสามารถเพิ่มมูลค่าได้ นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับการออกแบบโรงแรมที่ไม่ซ้ำใครมากที่สุด โดยให้ความสนใจในแต่ละพื้นที่ใช้สอยที่คุ้มค่ากับราคาที่จะเพิ่มขึ้นได้ ในโรงแรมที่มี Lobby โปร่งโล่ง รับลม สระว่ายน้ำส่วนกลางแต่สามารถเข้าถึงได้จากห้องพัก ห้องอาหารตั้งอยู่บนอาคารชั้นบนที่เห็นทัศนียภาพได้ดี และมีสระว่ายน้ำส่วนตัวภายในห้องพัก นอกจากนี้เมื่อนำมาเปรียบเทียบค่าOccupancy Rate, ค่าRevPAR, รายได้และต้นทุนต่อตารางเมตร พบว่าโรงแรมบูติกสไตล์สมัยใหม่สามารถสร้างมูลค่าให้กับโครงการได้สูงสุด มีแนวโน้มว่าในอนาคตโรงแรมบูติกสไตล์ที่เน้นธรรมชาติ ผ่อนคลายเพื่อสุขภาพ และรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นสไตล์ที่นักท่องเที่ยวจะให้ความสนใจสูง ข้อเสนอแนะ เนื่องจากธุรกิจโรงแรมมีการแข่งขันที่สูงขึ้น โรงแรมบูติกจึงควรวางแผนการตลาดและสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของตนให้มากยิ่งขึ้น โรงแรมบูติกสามารถสร้างจุดขายที่แตกต่างจากโรงแรมบูติกอื่นๆได้ไม่ยาก เนื่องจากมี Market Differentiation ค่อนข้างสูง การศึกษาจากผลการวิจัยหรือสร้างจุดขายใหม่ จะทำให้สามารถพัฒนาธุรกิจให้มีความน่าสนใจ ตรงกับความต้องการของตลาดและสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าได้อีกด้วย หากนำผลวิจัยไปเป็นแนวทางการพัฒนาธุรกิจ จะเป็นผลดีให้เกิดความสอดคล้องกันของ อุปสงค์-อุปทาน...

บทบาท และหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยของศาล

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาถึงการกำหนดบทบาทและหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยของศาล โดยศาลนั้นเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจตุลาการ ซึ่งมีภารกิจในการอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้น ศาลจึงต้องดำรงไว้ซึ่งการพิพากษาพิจารณาคดีอย่างไม่มีอคติและการถูกคุกคามจากภยันตรายใด ๆผลการศึกษาวิจัย พบว่า ในปัจจุบันพฤติการณ์ความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้นแก่ศาลมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการเกิดกรณีประทุษร้ายแก่ร่างกายและชีวิตของผู้พิพากษามากขึ้นและบริเวณศาลที่ควรจะได้รับการดูแลความปลอดภัยเป็นอย่างดีก็เกิดเหตุร้ายไม่ว่าจะเป็นการวางระเบิด หรือ การประทุษร้ายแก่ร่างกายต่อบุคคลที่ม่ติดต่อภายในบริเวณศาลก็มีให้เห็นบ่อยครั้ง นอกจากนี้ในส่วนของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คุมตัวผู้ต้องหามาในบริเวณศาลก็เกิดความผิดพลาดบ่อยครั้งที่การควบคุมนักโทษไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมจึงเกิดการหลบหนีของผู้ต้องหาภายในบริเวณศาล ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าระบบรักษาความปลอดภัยของศาลยังไม่ได้มาตรฐานที่เพียงพอจนเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้แก่ศาล และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนโดยทั่วไป แนวความคิดในการแสวงหามาตรการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการรักษาความปลอดภัยจึงเกิดขึ้น และหนึ่งในบรรดามาตรการที่แสวงหา คือ การใช้ระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเช่นหน่วยงาน The U.S. Marshals Service ของประเทศสหรัฐอเมริกา และหน่วยงาน The Office of the Sheriff ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย หรือเรียกในชื่อว่า "เจ้าพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยของศาล" เพื่อนำมาเป็นรูปแบบของหน่วยงานที่ใช้รักษาความปลอดภัยของศาล และทำหน้าที่อื่นด้านการดูแลความปลอดภัยแก่กระบวนการยุติธรรมอย่างเหมาะสมผู้เขียนได้เสนอแนวทางในการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยของศาล โดยเห็นควรแก้ไขเพิ่มเติมให้มีการจัดตั้งเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย สามารถบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ อันจะส่งผลถึงประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยของศาล และต่อการดำเนินกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

การใช้แนวคิดลีนในการพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาล : กรณีศึกษาโรงพยาบาลตติยภูมิ

การวิจัยเชิงคุณภาพเฉพาะกรณี (Case study approach) ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรยายการนำแนวคิดลีนไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาล โดยโรงพยาบาลที่ศึกษาเป็น 1 ใน 5 โรงพยาบาลนำร่องที่เข้าร่วมโครงการ Demonstration Project for Lean Application in Health Industry และได้ทำการเลือกผู้ให้ข้อมูลแบบเฉพาะเจาะจง ได้แก่ 1) คณบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพ 2) กลุ่มงานการพยาบาล 3) กลุ่มผู้ประสานงาน รวม 18 คน เก็บรวบรวมโดยการสัมภาษณ์เจาะลึก สังเกต การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องที่ได้รับการนุญาตและการถ่ายภาพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Conten Analysis) ผลการวิจัยใช้แนวคิดลีนในการพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาล แบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้ระยะที่ 1 การเริ่มต้นโครงการ สรุปการพัฒนาคุณภาพระยะนี้อธิบายได้ดังนี้ 1) ชักชวนจากสถาบันเพิ่มผลผลิต 2) มีประกาศนโยบายประชาสัมพันธ์ทั่วทั้งองค์กร 3) เห็นปัญหา เห็นประโยชน์ มีส่วนร่วม และ 4) อบรมให้เห็นจริงระยะที่ 2 ระยะดำเนินการเพื่อนำแนวคิดลีนไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาล ในระยะนี้มีการดำเนินงานต่อเนื่องจากระยะที่ 1 สรุปอธิบายได้ดังนี 1) จัดตั้งคณะกรรมการลีนเพื่อสอน 2) กระตุ้นให้สำเร็จแล้วอยากทำต่อ 3) การใช้แนวคิดลีนในการพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาล แบ่งเป็น 5 ขั้นตอน คือ 3.1) ค้นหาปัญหาร่วมกัน 3.2) มองหาคุณค่า 3.3) งานไหลต่อเนื่องไม่ติดขัด...

พลวัตและบทบาทของความเชื่อและพิธีกรรมเกี่ยวกับผีอารักษ์บ้านที่บ้านไม้ลุงขน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

วิทยานิพนธ์เรื่องนี้มุ่งศึกษาพลวัตและบทบาทของความเชื่อและพิธีกรรมเกี่ยวกับผีอารักษ์บ้านที่บ้านไม้ลุงขน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยได้เก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนามเกี่ยวกับบริบทชุมชนและพิธีกรรมเกี่ยวกับผีอารักษ์บ้านสำคัญ 3 พิธี คือ งานประจำปีศาลเจ้าพ่อคำแดง พิธีส่งเคราะห์บ้าน และพิธีเลี้ยงเมือง ในช่วงปี พ.ศ. 2552 – 2553 เพื่อวิเคราะห์พลวัตของพิธีกรรมและบทบาทของความเชื่อและพิธีกรรมที่มีต่อคนไทลื้อที่อพยพมาจากสิบสองพันนาที่มาตั้งหมู่บ้านที่บ้านไม้ลุงขนผลการวิเคราะห์ความเชื่อและพิธีกรรมเกี่ยวกับอารักษ์บ้านไม้ลุงขนพบว่ามีพลวัตทั้งในเชิงกายภาพ และในเชิงพิธีกรรม พลวัตในเชิงกายภาพ คือ มีการเปลี่ยนแปลงที่ตั้งและรูปแบบของศาลเจ้าบ้านเพื่อเปิด โอกาสให้เข้าถึงพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ได้ง่ายขึ้นจากเดิมที่อยู่ท้ายหมู่บ้านมาอยู่กลางหมู่บ้าน ส่วนพลวัตในทาง พิธีกรรม พบว่า ประการแรก มีการรับเอาชื่อ เจ้าพ่อคำแดงผู้เป็นอารักษ์เมืองเชียงใหม่มาเป็นชื่ออารักษ์บ้านไม้ลุงขน ประการที่สอง มีการเพิ่มจำนวนพิธีกรรมโดยการรับพิธีกรรมแบบคนไทยทางภาคเหนือมาเป็นส่วนหนึ่งของพิธีเกี่ยวกับการบูชาผีอารักษ์บ้าน นอกจากนั้น ยังพบว่ามีการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของพิธีกรรมเนื่องด้วยบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไปผลการวิเคราะห์เรื่องบทบาทของความเชื่อและพิธีกรรมพบว่า พิธีกรรมเกี่ยวกับผีอารักษ์บ้านเป็นพิธีกรรมสำคัญระดับชุมชนที่มีบทบาทในการสืบทอดความเชื่อและพิธีกรรมของชาวไทลื้อในบริบทใหม่ ขณะเดียวกันก็มีบทบาทในฐานะที่เป็นศูนย์รวมจิตใจและเสริมสร้างความสมานฉันท์ของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในชุมชน และมีบทบาทสำคัญในการให้ความมั่นคงทางด้านจิตใจแก่ปัจเจกบุคคลในชุมชน

ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารแบบมีส่วนร่วมของหัวหน้าหอผู้ป่วย การสนับสนุนจากองค์การกับประสิทธผลของทีมการพยาบาลตามการรับรู้ของพยาบาลประจำการ โรงพยาบาลเอกชน กรุงเทพมหานคร

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารแบบมีส่วนร่วมของหัวหน้าหอผู้ป่วย การสนับสนุนจากองค์การกับประสิทธิผลของทีมการพยาบาลตามการรับรู้ของพยาบาลประจำการ โรงพยาบาลเอกชน กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลประจำการ จำนวน 307 คน ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามการบริหารแบบมีส่วนร่วมของหัวหน้าหอผู้ป่วย การสนับสนุนจากองค์การและประสิทธิผลของทีมการพยาบาล ได้รับการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา และวิเคราะห์ความเที่ยงของแบบสอบถาม โดยสูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาค มีค่าเท่ากับ .88, .96 และ .94 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดย การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันผลการวิจัยพบว่า 1. ประสิทธิผลของทีมการพยาบาล การบริหารแบบมีส่วนร่วมของหัวหน้าหอผู้ป่วย พบว่าอยู่ในระดับสูง (X bar = 3.61 และ X bar = 3.70 ตามลำดับ) และการสนับสนุนจากองค์การ ตามการรับรู้ของพยาบาลประจำการ โรงพยาบาลเอกชน กรุงเทพมหานคร พบว่าอยู่ในระดับปานกลาง ( X bar = 3.30) 2.การบริหารแบบมีส่วนร่วมของหัวหน้าหอผู้ป่วย และการสนับสนุนจากองค์การมีความสัมพันธ์ทางบวก ระดับปานกลางกับประสิทธิผลของทีมการพยาบาลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r = .50 และ .52 ตามลำดับ)

แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดลำปาง

การวิจัยเรื่องแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดลำปาง มุ่งศึกษาความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวและประชาชนต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน รวมถึงนโยบายการจัดการท่องเที่ยวของหน่วยงานภาครัฐและความคิดเห็นของผู้นำชุมชนในจังหวัดลำปาง เพื่อใช้ประกอบเป็นแนวทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดลำปาง กลุ่มตัวอย่างมีอยู่ 3 กลุ่ม คือ นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวชุมชนทั้ง 7 แห่งในจังหวัดลำปางจำนวน 203 คน ประชาชนที่มีการจัดการแหล่งท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดลำปางจำนวน 203 คน แบ่งตามชุมชนจำนวน 7 ชุมชน ชุมชนละ 29 คนโดยใช้แบบสอบถามเก็บรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าร้อยละและกลุ่มที่ 3 เป็นผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวชุมชนทั้ง 7 ชุมชน จำนวน 14 คนโดยใช้การสัมภาษณ์เพื่อหาข้อมูลและการจัดประชุมกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 ท่าน เพื่อเสนอแนะหาข้อสรุปแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดลำปางผลการวิจัยพบว่านักท่องเที่ยว ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความต้องการด้านองค์ประกอบการท่องเที่ยวโดยชุมชน ดังนี้ ความสามารถในการเข้าถึง สิ่งอำนวยความสะดวก โปรแกรมการท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยวและบริการเสริมในระดับมาก และประชาชนผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ให้ความสำคัญต่อแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดลำปางในระดับมากและมีความต้องการมีส่วนร่วมในการวางแผน การจัดการการท่องเที่ยวชุมชนและสภาพทรัพยากรท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนโดยรวมอยู่ในระดับมาก นอกจากนั้นผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่เห็นว่าควรมีการวางแผนพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวชุมชนจากการวิจัยเสนอเป็นแนวทางการพัฒนาดังนี้ 1.ทางจังหวัดควรพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่เดิมทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรมโดยนำเอกลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวมาจัดการในเชิงเศรษฐกิจเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแหล่งท่องเที่ยว 2.สร้างความร่วมมือทางการท่องเที่ยวชุมชนระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน 3.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสนับสนุนและสร้างองค์ความรู้ด้านการจัดการท่องเที่ยวให้กับชุมชน 4.ควรมีการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวชุมชนโดยการใช้รถม้าและจักรยาน 5.สร้างศูนย์การเรียนรู้หรือพิพิธภัณฑ์เพื่อการท่องเที่ยวชุมชน

สมรรถนะพยาบาลที่ปฏิบัติงานในหน่วยเวชศาสตร์นิวเคลียร์

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาสมรรถนะพยาบาลที่ปฏิบัติงานในหน่วยเวชศาสตร์นิวเคลียร์โดยเทคนิคเดลฟาย ผู้ให้ข้อมูลคือผู้เชี่ยวชาญทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ซึ่งประกอบด้วย รังสีแพทย์ (เวชศาสตร์นิวเคลียร์) 4 คน นักฟิสิกส์การแพทย์ 3 คน นักรังสีการแพทย์ 5 คน และพยาบาลที่ปฏิบัติงานในหน่วยเวชศาสตร์นิวเคลียร์ 8 คน โดยใช้แบบสอบถาม 3 ชุด คัดเลือกสมรรถนะพยาบาลที่ปฏิบัติงานในหน่วยเวชศาสตร์นิวเคลียร์ โดยพิจารณาจากค่ามัธยฐานและค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ ระยะเวลาเก็บรวบรวมข้อมูล 63 วันผลการวิจัยพบว่า สมรรถนะพยาบาลที่ปฏิบัติงานในหน่วยเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ประกอบด้วยสมรรถนะ 6 ด้าน 31 สมรรถนะ ดังนี้ ด้านการสอนและให้คำปรึกษา 3 สมรรถนะ ด้านการจัดการความปลอดภัยในการทำงาน 5 สมรรถนะ ด้านการพยาบาลและการดูแล 14 สมรรถนะ ด้านการบริหารสารกัมมันตรังสี/สารเภสัชรังสี 2 สมรรถนะ ด้านการบริหารจัดการ 3 สมรรถนะ และ ด้านคุณลักษณะเชิงวิชาชีพ 4 สมรรถนะ

ตัวละครผู้ช่วยเหลือในละครนิทานโทรทัศน์ร่วมสมัย : กรณีศึกษานิทานจักร ๆ วงศ์ ๆ เรื่องตุ๊กตาทอง

วิทยานิพนธ์เล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปลักษณ์และบทบาทของตัวละครผู้ช่วยเหลือในละครจักรๆวงศ์ๆทางโทรทัศน์ร่วมสมัยเรื่อง ตุ๊กตาทอง ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ระหว่างเดือนมีนาคม 2553 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2553 และเพื่อวิเคราะห์ลักษณะสังคมร่วมสมัยที่สะท้อนผ่านตัวละครผู้ช่วยเหลือในละครจักรๆวงศ์ๆทางโทรทัศน์ร่วมสมัยเรื่องดังกล่าว ผู้วิจัยใช้วิธีการดูละครทางโทรทัศน์และการดูรายการย้อนหลังทางเว็บไซต์ www.youtube.com เพื่อศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากการศึกษาพบว่า ในละครจักรๆวงศ์ๆร่วมสมัยทางโทรทัศน์เรื่อง ตุ๊กตาทอง มีตัวละครผู้ช่วยเหลือถึง 11 ตัวคือ ยักษ์จักจั่น จ๊ะเอ๋ หลวงแม่ คนธรรพ์ ต้นหญ้าสีทอง มังกรสามหัว ครอบครัววานร เหล่านางกินรี พระแม่ ราชครู และขุนเหี้ยม-ขุนหาญ ตัวละครผู้ช่วยเหลือเป็นตัวละครที่ใช้ทั้งผู้แสดงที่เป็นคน และทั้งที่เป็นตัวละครที่สร้างขึ้นจากระบบคอมพิวเตอร์กราฟฟิค มีทั้งรูปลักษณ์ที่เป็นมนุษย์ ครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์และรูปลักษณ์มหัศจรรย์ ตัวละครผู้ช่วยเหลือแต่ละตัวมีอิทธิฤทธิ์ มีอำนาจครอบครองอาวุธวิเศษและมีความสามารถพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ ทำหน้าที่ช่วยเหลือตัวละครเอกทั้งฝ่ายดีและฝ่ายร้ายให้ปฏิบัติภารกิจจนสำเร็จ ส่งผลให้ตัวละครผู้ช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าวมีความโดดเด่นทัดเทียมกับตัวละครเอกของเรื่องผู้วิจัยพบว่า ตัวละครผู้ช่วยเหลือในเรื่อง ตุ๊กตาทอง ทำหน้าที่เป็นช่องทางในการสื่อความเป็นสังคมร่วมสมัยผ่านภาษาในบทสนทนา คำพูด ความคิดและทัศนคติของตัวละคร ค่านิยมร่วมสมัยในสังคมไทยปัจจุบันบางประการที่สะท้อนจากละครเรื่อง ตุ๊กตาทอง เช่น การให้ความสำคัญกับความงามของรูปลักษณ์ภายนอกมากกว่าคุณธรรมความดี การให้ความช่วยเหลือแบบต่างตอบแทน ความเท่าเทียมกันในสังคม การให้โอกาสและการให้อภัยซึ่งกันและกัน ละครเรื่องนี้ยังนำเสนอลักษณะร่วมสมัยด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อแสดงความเป็นแฟนตาซีจากการสร้างตัวละครมหัศจรรย์ ความสามารถพิเศษของตัวละคร ฉากและสถานที่ต่างๆในเรื่องหลากหลายรูปแบบ

สภาวะการทำงานและความเครียดของบุคลากรฝ่ายโภชนวิทยาและโภชนบำบัด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของสภาวะการทำงานและความเครียดของบุคลากรฝ่ายโภชนวิทยาและโภชนบำบัดโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ทั้งหมด จำนวน 190 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามข้อมูลการทำงาน และแบบสอบถามวัดระดับความเครียดและภาวะเบื่องานจากการทำงานแปลโดย ศ.พญ.นันทิกา ทวิชาชาติ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบไคสแควร์ ละการวิเคราะห์ความถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า บุคลากรเป็นเพศหญิง (ร้อยละ 73.7) อายุเฉลี่ย 39.7 ปี การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ร้อยละ 33.2) มีรายได้ (n=171) เฉลี่ย11,213.63 บาท อายุงาน(n=184) เฉลี่ย 13.10 ปี และส่วนใหญ่ปฏิบัติงานอยู่ในตำแหน่ง ลูกจ้าง (ร้อยละ 68.4) บุคลากรมีความเครียดจากการทำงาน ร้อยละ 12.1 และมีภาวะเบื่องาน ร้อยละ 4.7 ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีความสัมพันธ์แบบแปรผันตามกับความเครียดจากการทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p<0.001 พบว่า ระดับการศึกษาและรายได้สูงจะมีความเครียดสูง การดื่มกาแฟมีความสัมพันธ์กับความเครียดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p<0.01 การดื่มแอลกอฮอล์ การมีภาระความรับผิดชอบต่อครอบครัว การมีโรคประจำตัว การได้รับบาดเจ็บหรือป่วย มีความสัมพันธ์กับความเครียดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p< 0.05 การออกกำลังกาย มีความสัมพันธ์แบบแปรผกผันกับความเครียดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p<0.05 ปัจจัยด้านการทำงาน พบว่า อายุงาน ตำแหน่งงาน อุณหภูมิ มีความสัมพันธ์แบบแปรผันตามกับความเครียดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p<0.01 การเข้าเวร งานที่มีความยุ่งยากต้องใช้ความสามารถเฉพาะวิชาชีพ มีความสัมพันธ์กับความเครียดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p<0.05 สถานที่ทำงานที่มีความอับ มีความอึดอัดคับแคบ...

การประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์ของการผลิตหนังสือด้วยการพิมพ์ออฟเซตป้อนแผ่นในประเทศไทย

งานวิจัยนี้ศึกษาวัฏจักรชีวิตการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกในกระบวนการผลิตหนังสือและแนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์ของหนังสือนั้น ๆ จากโรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยกำหนดขอบเขตการพิจารณาตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การจัดส่งการจำหน่าย รวมถึงการกำจัดซาก (disposal) และการเวียนทำใหม่ (recycle) การจัดเก็บข้อมูลแบ่งออกเป็น ข้อมูลการใช้พลังงานและวัตถุดิบในการผลิต ซึ่งได้จากการสำรวจและวิเคราะห์ในโรงพิมพ์โดยตรง เช่น ปริมาณการใช้กระดาษ หมึกพิมพ์ แม่พิมพ์ น้ำยาเฟาว์เทน ประเภทของรถบรรทุก ระยะทางในการขนส่ง ปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ในขั้นตอนต่าง ๆ ของกระบวนการผลิต การขนส่งหนังสือ การจัดจำหน่าย การเวียนใช้ใหม่ของเศษกระดาษ ฟิล์ม แม่พิมพ์และสารเคมีที่ใช้แล้ว การกำจัด ในขณะข้อมูลค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO₂e) ที่ได้มาจากฐานข้อมูลของห้องปฎิบัติการการประเมินวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ของหน่วยงาน MTEC และฐานข้อมูลจากประเทศญี่ปุ่น หาค่าปริมาณการปลดปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยการนำค่าการใช้พลังงานและวัตถุดิบในการผลิต คูณเข้ากับค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในหน่วย กิโลกรัม ต่อ 1 หน่วยน้ำหนักของประเภทวัสดุ พลังงานหรือขั้นตอนนั้น ๆ ซึ่งผลรวมที่ได้จะเป็นค่าคาร์บอนฟุตพรินต์ในการผลิตหนังสือเล่มนั้น ๆ

ขั้นตอนวิธีต้นแบบในการกำหนดสีฟันเทียมด้วยภาพถ่ายดิจิทัล

งานวิจัยนี้นำเสนอขั้นตอนวิธีในการกำหนดสีฟันเทียมด้วยการวิเคราะห์ภาพถ่ายดิจิทัล โดยการนำเสนอแบ่งออกเป็นสองหัวข้อใหญ่ๆ คือ ปัญหาเกี่ยวกับแสงที่มีผลต่อความแม่นยำในการกำหนดสีและขั้นตอนวิธีกำหนดสีฟันเทียมที่มีการแก้ปัญหาดังกล่าว ปัญหาเกี่ยวกับแสงที่นำเสนอในงานวิจัยนี้ประกอบด้วยความไม่เสถียรของแสงตกกระทบและความไม่เป็นเอกรูปของการตกกระทบของแสง ความไม่เสถียรของแสงเกิดจากปริมาณแสงที่ไม่คงที่เมื่อเวลาเปลี่ยนไป ส่วนความไม่เป็นเอกรูปของการตกกระทบของแสงเกิดจากการที่แสงที่ตกกระทบในแต่ละบริเวณมีปริมาณไม่เท่ากัน นอกจากการนำเสนอปัญหาดังกล่าวแล้ว งานวิจัยนี้ยังนำเสนอมาตรวัดที่สามารถใช้แสดงการเกิดขึ้นของปัญหาทั้งสองนี้ด้วย ขั้นตอนวิธีการกำหนดสีฟันเทียมที่นำเสนอคือเก็บภาพของฟันที่ต้องการกำหนดสี ชุดพอร์ซเลนสีมาตรฐานและอุปกรณ์ที่ใช้ในการปรับเทียบแสงในภาพเดียวกันเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความไม่เสถียรของแสงตกกระทบ หลังจากนั้นคำนวณการตกกระทบของแสงแบบสัมพัทธ์ในแต่ละบริเวณของอุปกรณ์ที่ใช้ในการปรับเทียบแสงเพื่อสร้างแบบจำลองการตกกระทบของแสงด้วยวิธีการ Ordinary Kriging แล้วใช้แบบจำลองดังกล่าวปรับเทียบแสงเพื่อลดปัญหาความไม่เป็นเอกรูปของการตกกระทบของแสงแล้วจึงเปรียบคู่สีโดยวัดระยะห่างของค่าสีในแบบจำลองสี HSV การทดสอบขั้นตอนวิธีการกำหนดสีฟันเทียมที่นำเสนอนั้นใช้การวัดความถูกต้องในการกำหนดสีพอร์ซเลนที่รู้สีและใช้มาตรวัดที่นำเสนอเป็นตัววัดประสิทธิภาพของขั้นตอนวิธี จากผลการทดลองแสดงว่าขั้นตอนวิธีที่นำเสนอสามารถปรับปรุงความถูกต้องในการกำหนดให้ผลดีที่สุดเมื่อเทียบกับการกำหนดสีด้วยตามนุษย์และการกำหนดสีโดยใช้คอมพิวเตอร์เปรียบคู่สีโดยตรงโดยไม่ใช้การปรับเทียบแสงที่นำเสนอ

ฤทธิ์ทางชีวภาพและองค์ประกอบทางเคมีในต้นกระถิ่น

การศึกษาความสัมพันธ์ของพนักงานที่มีความเชื่อมั่นสูงเกินไป (overconfidence effect) ที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน

งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ของพนักงานที่มีความเชื่อมั่นสูงเกินไป ที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ทำการศึกษาในรูปแบบการทดลอง โดยมีผู้เข้าร่วมการทดลอง จำนวน 94 คน ในตำแหน่งตัวแทนเวชภัณฑ์ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง โดยใช้แบบสอบถามวัดความเชื่อมั่นสูงเกินไปเพื่อวัดความเชื่อมั่นของพนักงาน และใช้การประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานจากหัวหน้างานโดยตรง ในการศึกษานี้ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลแบบตารางไขว้ (Crosstab) และ Chi-square เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงจำนวน 80 คน คิดเป็นร้อยละ 85.1 มีอายุอยู่ในช่วง 31-40 ปีจำนวน 47 คน คิดเป็นร้อยละ 50 มีสถานภาพโสดมากที่สุดจำนวน 65 คน คิดเป็นร้อยละ 69.1 การศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีจำนวน 65 คน คิดเป็นร้อยละ 69.1 รายได้อยู่ในในช่วง 80,001-100,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 39.4 ส่วนใหญ่อยู่ในตำแหน่งตัวแทนเวชภัณฑ์อาวุโส จำนวน 53 คน คิดเป็นร้อยละ 56.4 และมีประสบการณ์การทำงานตำแหน่งตัวแทนเวชภัณฑ์อยู่ในช่วง 6-10 ปี คิดเป็นร้อยละ 47.9 จากการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องมือทางสถิติ โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลตามตารางไขว้ และ Chi-square พบว่าการทดสอบ Chi-square ค่า p-value มีค่าเท่ากับ 0.064 ซึ่งมากกว่าระดับนัยสำคัญที่ α = 0.05 จึงไม่สามารถปฏิเสธ H0 ทำให้ไม่สามารถสรุปได้ว่า ความเชื่อมั่นสูงเกินไปสัมพันธ์กับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

การศึกษาความเอนเอียงทางการเปรียบเทียบทางสังคม (social comparison bias) ที่มีผลต่อการประเมินผลการปฏิบัติงาน

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของความเอนเอียงทางการเปรียบเทียบทางสังคม (Social Comparison Bias) กับผลการปฏิบัติงาน (Performance) ในผู้ที่ทำงานในองค์กรภาครัฐ และเอกชน โดยใช้เครื่องมือ ในการประเมินทิศทางการเปรียบเทียบทางสังคม Social Comparison Scale (SCS-Scale) และ การรับรู้ทางการเปรียบ เทียบทางสังคม Social Comparison Orientation (SCO-Score) เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าใจถึงผลของปัจจัยด้าน การเปรียบเทียบทางสังคม ที่ส่งผลต่อผลการปฏิบัติงานของพนักงาน (Performance) และสามารถนำเอาความรู้ที่ได้รับไป ปรับปรุงและพัฒนาเครื่องมือในการประเมินผลการปฏิบัติงาน และสร้างกิจกรรมในองค์กรที่สามารถนำไปสู่การปฏิสัมพันธ์ เพื่อให้พนักงานมีประเมินตนเองนำไปสู่การพัฒนาผลการปฏิบัติงานของตนเองสืบไป ตามเป้าหมายสูงสุดขององค์กรงานวิจัยนี้เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ไปยังกลุ่มประชากร โดยได้ผู้ทำแบบสอบถามทั้งหมด 267 ราย จากนั้นนำข้อมูลไปวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติผลการวิจัยพบว่า ทิศทางการเปรียบเทียบทางสังคม และการรับรู้ทางการเปรียบเทียบทางสังคมนั้นไม่สามารถ สรุปได้ว่ามีความสัมพันธ์กับ ผลการปฏิบัติงาน (Performance) ของพนักงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

การวัดผลการปฏิบัติงานหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วย objective and key results (OKRs)

หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหน่วยงานด้านบริการที่ไม่แสวงหากำไร มีภารกิจหลัก คือ การสนับสนุนการเรียน การสอน และการวิจัยของมหาวิทยาลัย โดยมุ่งเน้นการให้บริการสารสนเทศแก่นักศึกษา อาจารย์ และบุคลากรเป็นสำคัญ ตลอดระยะเวลาการให้บริการที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 84 หอสมุดฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและจัดหาทรัพยากรสารสนเทศที่ครอบคลุมหลักสูตรการเรียนการสอน และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ การพัฒนานวัตกรรมบริการที่สอดรับกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการบริหารจัดการอาคารสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายหลักคือการยกระดับบริการให้ดีและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หอสมุดฯ อยู่ภายใต้สังกัดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มุ่งสนองตอบวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัย จึงได้กำหนดวิสัยทัศน์องค์กรให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ และพันธกิจของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ผลการปฏิบัติงานของหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังไม่สามารถบรรลุตัวชี้วัด และค่าเป้าหมายตามคำรับรองการปฏิบัติราชการระหว่างหอสมุดฯ กับมหาวิทยาลัย ด้วยเหตุนี้การค้นคว้าอิสระครั้งนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมาย และเป็นแนวทางในการวัดผลการปฏิบัติงานองค์กร อีกทั้งเพื่อให้ผู้บริหารใช้เป็นเครื่องมือในการวางแผนทิศทางในอนาคตได้ ทั้งนี้ได้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ผู้บริหาร และหัวหน้างาน จากนั้นวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาด้วยแผนภูมิก้างปลา (Fish bone) พร้อมทั้งจัดลำดับความสำคัญของปัญหาด้วยแผนภูมิ PI Matrix โดยผลการวิเคราะห์หาสาเหตุพบว่า การกำหนดตัวชี้วัดไม่สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร เน้นกำหนดตัวชี้วัด ค่าเป้าหมายที่สามารถดำเนินการได้ การสื่อสารคำรับรองการปฏิบัติราชการยังไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร และบุคลากรไม่เห็นตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายของทีมงานที่ทำงานร่วมกัน การวัดผลการปฏิบัติงานองค์กรด้วยแนวคิด Objective and Key Results กำลังเป็นที่นิยม เนื่องจากบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง Google อีกทั้งรูปแบบ ลักษณะเด่น และข้อดีของแนวคิดดังกล่าวมีความน่าสนใจ เหมาะกับการนำมาประยุกต์ใช้ ด้วยเหตุนี้จึงนำแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้กับการวัดผลการปฏิบัติงานหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งนี้ในระยะนำร่องจะเริ่มกำหนด Objective และ Key Results สำหรับระดับงาน และระดับหน่วย โดยเริ่มใช้แนวคิดดังกล่าวในไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2562 และปรับใช้ให้เกิดความเหมาะสมกับบริบทองค์กรต่อไป

Registration Year

  • 2019
    22,765

Resource Types

  • Dataset
    19,825
  • Text
    2,940