19,650 Works

HEAVY METAL LEACHING FROM DIFFERENT FLY ASHES USES DIFFERENT LEACHING METHODS

The coal fly ash samples (Lignite coal fly ash, bituminous coal fly ash and treated bituminous coal fly ash) were collected from different power plants. The fly ash characterizations in this research were analyzed by X-Ray Fluorescence (XRF) for ash chemical composition. Scanning Electron Microscope (SEM) was used for microstructure and particle size analysis. Initial pH of fly ash samples was measured. The fly ash samples were determined the leaching behaviors of As, Cr, Pb...

A BUDDHIST APPROACH AS AN ALTERNATIVE ECONOMIC PARADIGM: A CASE STUDY OF INTERNATIONAL NETWORK OF ENGAGED BUDDHISTS

Pawel Kazimierz Bartosik
The 20th century was probably one of the most destructive in the history of human kind. As underlined by many scholars, the scale of the destruction on planet Earth in the last 60 years is highly superior to damages done by humans in the last 10 000 years; tremendous degradation of environment, galloping disparities in poverty, growing numbers of social revolutions, hunger - to name just a few elements of what is leading our existence...

A PRAGMATIC STUDY OF COMPLIMENTS AND COMPLIMENT RESPONSES BY THAIS AND AMERICANS: CROSS CULTURAL, INTERLANGUAGE AND METALINGUISTICS STUDIES

This pragmatic study investigated cross-cultural, interlanguage, and metalinguistics aspects of compliments (Cs) and compliment responses (CRs) by Thais and Americans. The cross-cultural study of Cs and CRs was taken up in order to explore the similarities and differences in the two languages’ structures and strategies in giving Cs and CRs performed by the Thais and the Americans. The interlanguage study of Cs and CRs was conducted in order to investigate the hypothetical language problems of...

A MULTIMODAL ANALYSIS OF THE USE OF ENGLISH, THAI AND IMAGES IN MEANING MAKING ON THAI MAGAZINE COVERS

This research work studied the use of English, Thai and images on Thai magazine covers in meaning making on 24 Thai magazine covers (Praew) by analyzing language use with Systemic Functional Linguistics and Multimodal Analysis, examining the pattern of language mixing and tracing how image and language worked together to make meaning through the lens of Multimodal Analysis. It was found that Praew magazine covers made meanings in three layers including discourse semantics, lexico-grammar and...

การทดลองหลายศูนย์แบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมเปรียบเทียบการรักษาด้วยการใช้ยาเซฟีพีมชนิดเดียวกับการใช้ยาเซฟาโซลินร่วมกับยาเซฟตาซิดิมในการรักษาการติดเชื้อในเยื่อบุผนังช่องท้องของผู้ป่วยที่ล้างไตทางช่องท้อง

ที่มา: การรักษาการติดเชื้อในเยื่อบุผนังช่องท้องของผู้ป่วยที่ล้างไตทางช่องท้องในปัจจุบันอ้างอิงตามคำแนะนำของคณะกรรมการล้างไตทางช่องท้องโลก ได้แนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวนะ 2 ชนิดร่วมกัน แต่เนื่องจากข้อจำกัดในการบริหารยาและเสี่ยงต่อการปนเปื้อนในการเตรียมยา จึงน่าจะมีการรักษาผู้ป่วยด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะที่ครอบคลุมเชื้อได้กว้างชนิดเดียวมาทดแทน วิธีการวิจัย: รูปแบบวิจัยของการศึกษานี้เป็นแบบการทดลองหลายศูนย์ แบบสุ่ม และมีกลุ่มควบคุม ศึกษาแบบ non-inferiority ตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 ถึง พฤษภาคม พ.ศ. 2559 อาสาสมัครที่เข้าร่วมการศึกษาจะถูกสุ่ม แบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มเซฟิพีมจะได้รับยาเซฟิพีม 1 กรัม ผสมในน้ำยาล้างไตทางช่องท้องถุงแรก และ 250 มก. ในทุกๆ ถุงของน้ำยาล้างไตทางช่องท้องลำดับถัดไป ส่วนกลุ่มควบคุมจะได้เป็นยาเซฟาโซลินและยาเซฟตาซิดิมในขนาดที่เท่ากัน ทำการเก็บข้อมูลตัวแปรหลัก คือ อัตราการตอบสนอง ณ วันที่ 10 ทั้งนี้ non-inferiority margin ของการศึกษาเท่ากับร้อยละ 10 ผลการศึกษา: มีอาสาสมัครที่เข้าร่วมการศึกษาทั้งหมด 137 ราย (146 เหตุการณ์) โดยกลุ่มเซฟิพีมมี 72 เหตุการณ์ กลุ่มควบคุมมี 74 เหตุการณ์ ไม่พบความแตกต่างของลักษณะทางคลินิกของอาสาสมัครทั้ง 2 กลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อัตราผลการรักษาที่ 10 วัน ของกลุ่มเซฟิพีมและยากลุ่มควบคุม ได้ร้อยละ 81.94 และ 81.08 ตามลำดับ (90% CI -9.7 – 11.42) แสดงให้เห็นว่ายาเซฟิพีมมีประสิทธิภาพไม่ด้อยกว่ายากลุ่มควบคุม...

ความเครียดและพฤติกรรมการจัดการความเครียดของผู้ประกันตนกรณีว่างงานของ สำนักงาน ประกันสังคม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาวิจัยเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเครียดและพฤติกรรมการจัดการความเครียดของผู้ประกันตนกรณีว่างงานของสำนักงานประกันสังคม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 225 คน โดยใช้แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินและวิเคราะห์ความเครียดด้วยตนเอง และ แบบสอบถามพฤติกรรมการจัดการความเครียด วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS for Windows ใช้สถิติเชิงพรรณนาได้แก่ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ใช้สถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ t-test,One-way ANOVA, Pearson product moment correlation coefficient และทำนายปัจจัยโดยใช้การวิเคราะห์ถดถอยพหุแบบขั้นตอน(Stepwise multiple regression analysis) ผลการวิจัยพบว่าผู้ประกันตนกรณีว่างงานส่วนใหญ่มีระดับความเครียดอยู่ในเกณฑ์ปกติจำนวน 128 คน (ร้อยละ 56.9) รองลงมาคือระดับความเครียดต่ำกว่าเกณฑ์ปกติอย่างมากจำนวน 52 คน (ร้อยละ23.1) และระดับความเครียดสูงกว่าปกติเล็กน้อยจำนวน 34 คน(ร้อยละ 15.1), ระดับความเครียดสูงกว่าปกติปานกลางจำนวน 4 คน(ร้อยละ 1.8), ระดับความเครียดสูงกว่าปกติมากจำนวน 7 คน(ร้อยละ 3.1) ตามลำดับ ส่วนปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเครียดได้แก่ เพศ โดยเพศหญิงมีค่าเฉลี่ยความเครียดสูงกว่าเพศชายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในส่วนของพฤติกรรมการจัดการความเครียดพบว่าผู้ประกันตนกรณีว่างงานส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการจัดการความเครียดระดับปานกลางร้อยละ85.8 รองลงมามีพฤติกรรมการจัดการความเครียดระดับสูงร้อยละ 10.2 ส่วนปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการจัดการความเครียดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้ก่อนว่างงาน และการใช้บุหรี่ ส่วนปัจจัยที่เกี่ยวข้องและเป็นปัจจัยทำนายพฤติกรรมการจัดการความเครียดได้แก่ รายได้ก่อนว่างงาน อายุ และเพศ โดยสามารถร่วมกันทำนายได้ร้อยละ 13.6

ผลของโปรแกรมการพ่นยาร่วมกับการให้การพยาบาลทางโทรศัพท์ต่ออาการหายใจลำบากในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

การวิจัยกึ่งทดลองนี้ เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการพ่นยาร่วมกับการให้การพยาบาลทางโทรศัพท์ต่ออาการหายใจลำบากในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและได้รับการรักษาด้วยยาพ่นชนิดสูด เข้ารับการบริการที่แผนกคลินิคโรคปอด โรงพยาบาลตำรวจ แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 22 คน โดยการจับคู่ตัวแปร เพศ อายุ ระดับความรุนแรงของโรค และ จำนวนครั้งในการกลับเข้ามารักษาซ้ำ กลุ่มควบคุมได้รับการรักษาพยาบาลตามปกติ ในขณะที่กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการใช้ยาพ่นร่วมกับการให้การพยาบาลทางโทรศัพท์ ภายใน 5 สัปดาห์ เครื่องมือวิจัยได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินอาการหายใจลำบาก เครื่องมือทดลองของโปรแกรมการพ่นยาร่วมกับการให้การพยาบาลทางโทรศัพท์ และแบบประเมินการใช้ยาพ่นอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบบประเมินอาการหายใจลำบาก เครื่องมือทดลองของโปรแกรมการพ่นยาร่วมกับการให้การพยาบาลทางโทรศัพท์ และ แบบประเมินการใช้ยาพ่นอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ค่าความตรงตามเนื้อหา เท่ากับ 0.80, 1.00 และ 1.00 และค่าความเที่ยงสัมประสิทธิ์ของครอนบาคของแบบประเมินอาการหายใจลำบากและ แบบประเมินการใช้ยาพ่นอย่างมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 0.79 และ 0.82 ตามลำดับ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบที ผลการวิจัยพบว่า 1. ค่าเฉลี่ยคะแนนอาการหายใจลำบากของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังกลุ่มทดลองหลังได้รับโปรแกรมการพ่นยาร่วมกับการให้การพยาบาลทางโทรศัพท์ต่ำกว่าก่อนได้รับโปรแกรมการพ่นยาร่วมกับการให้การพยาบาลทางโทรศัพท์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ค่าเฉลี่ยคะแนนอาการหายใจลำบากของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการพ่นยาร่วมกับการให้การพยาบาลทางโทรศัพท์ ต่ำกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

ผลของโปรแกรมการสอนแนะต่อกลุ่มอาการของผู้ป่วยหลังผ่าตัดช่องท้องทางนรีเวช

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบกลุ่มอาการภายหลังการผ่าตัดของผู้ป่วยผ่าตัดเปิดช่องท้องทางนรีเวชระหว่างกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการสอนแนะกับกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยเพศหญิง อายุ 20-59 ปี ที่ได้รับการผ่าตัดแบบเปิดช่องท้องทางนรีเวช คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างตามสะดวก จำนวน 40 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 20 คน โดยจับคู่กลุ่มตัวอย่างให้มีลักษณะใกล้เคียงกันในเรื่อง อายุ ประสบการณ์การผ่าตัด และชนิดของการผ่าตัด กลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติและกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการสอนแนะ โดยใช้แนวคิดการสอนแนะของ Girvin (1999) มาประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรม ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนคือ 1) สร้างสัมพันธภาพเพื่อประเมินและวิเคราะห์ปัญหา 2) วางแผนในการปฏิบัติกิจกรรม 3) การกำกับติดตามการปฏิบัติกิจกรรม 4) ประเมินผลการปฏิบัติ เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ โปรแกรมการสอนแนะ โดยใช้ แบบบันทึกทางคลินิก แบบบันทึกส่วนบุคคล และ แบบประเมินกลุ่มอาการหลังผ่าตัดช่องท้อง ที่ผ่านการตรวจความตรงตามเนื้อหาและความเที่ยง มีค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาของคอนบาค เท่ากับ .85 เปรียบเทียบและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย และ สถิติความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ (Repeated Measures ANOVA) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ความรุนแรงของกลุ่มอาการหลังผ่าตัดวันที่ 1, 2 และ 3 ของผู้ป่วยผ่าตัดช่องท้องทางนรีเวชกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการสอนแนะ น้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ( p < 0.05) 2. ความถี่ของกลุ่มอาการหลังผ่าตัดวันที่ 1, 2 และ 3 ของผู้ป่วยผ่าตัดช่องท้องทางนรีเวช...

ผลของรูปแบบการให้ข้อมูลทางสุขภาพร่วมกับการฝึกอานาปานสติต่อความเครียดในการดูแลเด็กโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวของผู้ดูแลในครอบครัว

การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของรูปแบบการให้ข้อมูลทางสุขภาพร่วมกับการฝึกอานาปานสติต่อความเครียดในการดูแลเด็กโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวของผู้ดูแลในครอบครัว กลุ่มตัวอย่างคือผู้ดูแลในครอบครัวของเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน ที่เข้ารับการรักษาและได้รับยาเคมีบำบัดในระยะเข้มข้นในโรงพยาบาลตติยภูมิ จำนวน 50 คน จับคู่ให้มีระดับการศึกษาและรายได้ของครอบครัวใกล้เคียงกันแบ่งเป็นกลุ่มละ 25 คน เริ่มวิจัยกับกลุ่มควบคุมที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ แล้วตามด้วยกลุ่มทดลอง โดยได้รับโปรแกรมรูปแบบการให้ข้อมูลทางสุขภาพร่วมกับการฝึกอานาปานสติ เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แผนกิจกรรมการให้ข้อมูลทางสุขภาพร่วมกับการฝึกอานาปานสติ แบบบันทึกการรายงานตนเองหลังการฝึกอานาปานสติ และแบบสอบถามความเครียดในการดูแลเด็กโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวของผู้ดูแลในครอบครัว เครื่องมือวิจัยทั้งหมดผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา แบบสอบถามความเครียดในการดูแลเด็กโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวของผู้ดูแลในครอบครัวมีค่าความเที่ยงครอนบาคอัลฟ่า 0.94 วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนา dependent t-test และ independent t-test ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ความเครียดในการดูแลเด็กโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวของผู้ดูแลในครอบครัว หลังได้รับโปรแกรมรูปแบบการให้ข้อมูลทางสุขภาพร่วมกับการฝึกอานาปานสติ น้อยกว่าก่อนได้รับโปรแกรมฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ความเครียดในการดูแลเด็กโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวของผู้ดูแลในครอบครัว กลุ่มที่ได้รับโปรแกรมรูปแบบการให้ข้อมูลทางสุขภาพร่วมกับการฝึกอานาปานสติ น้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

ผลของกลุ่มพัฒนาตนที่ใช้รูปภาพเป็นสื่อต่อการพัฒนาความงอกงามหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญและสุขภาวะทางจิตของสตรีภายหลังการรักษามะเร็งเต้านม

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของกลุ่มพัฒนาตนที่ใช้รูปภาพเป็นสื่อต่อการพัฒนาความงอกงามหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญและสุขภาวะทางจิต ของสตรีภายหลังการรักษามะเร็งเต้านม กลุ่มตัวอย่างเป็นสตรีภายหลังการรักษามะเร็งเต้านม กลุ่มตัวอย่างคือผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดจำนวน 30 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติวิเคราะห์ความแปรปรวนพหุนามแบบมีการวัดซ้ำ (Repeated Measures MANOVA) พบว่า 1) ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองที่เข้าร่วมกลุ่มพัฒนาตนที่ใช้รูปภาพเป็นสื่อ มีคะแนนความงอกงามหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญสูงกว่าก่อนการทดลอง (p

การจำแนกกลุ่มข้อมูลโดยอัลกอริทึม modified regression tree

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการทำงานของการจำแนกกลุ่มข้อมูลโดยใช้อัลกอริทึม MODIFIED REGRESSION TREE (MRT) ซึ่งอัลกอริทึมนี้ได้ถูกประยุกต์มาจากการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย (Simple Regression Analysis) และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นพหุ (Multiple Regression Analysis) จะทำการจำลองข้อมูลในแต่ละกรณีโดยใช้โปรแกรม R ภายใต้ขนาดตัวอย่างจำนวน 200, 600 และ 1,800 จำนวน ตัวแปรอิสระจำนวน 2, 3 และ 4 ตัวแปร และค่าความแปรปรวนของความคลาดเคลื่อนมีขนาด 500, 10,000 และ 40,000 โดยที่มีระดับนัยสำคัญคือ 0.05 และ 0.10 อัลกอริทึมนี้มีกระบวนการคล้ายกับการคัดเลือกแบบไปข้างหน้าและมีขั้นตอนการทำงาน 2 ขั้นตอนคือการคัดเลือกตัวแปรอิสระและการแยก จะคัดเลือกตัวแปรอิสระที่มีค่า p-value น้อยที่สุดจากตัวแปรอิสระทั้งหมด จากนั้นนำมาเปรียบเทียบกับระดับนัยสำคัญที่กำหนดถ้าค่าของ p-value ของตัวแปรอิสระมีค่าน้อยกว่าก็จะนำตัวแปรอิสระตัวนั้นเข้ามาจำแนกกลุ่มโดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิตแต่ถ้าค่า p-value ของตัวแปรอิสระมีค่ามากกว่าจะหยุดกระบวนการ คัดเลือกตัวแปรอิสระตัวถัดมาภายในกลุ่มนั้นๆ จนกว่าจะไม่มีตัวแปรอิสระใดที่ทำการจำแนกได้แล้วจึงจะหยุดกระบวนการ จากนั้นจะทำการวัดประสิทธิภาพโดยวัดร้อยละความถูกต้อง จากการศึกษาพบว่าขนาดตัวอย่าง ระดับนัยสำคัญ และจำนวนของตัวแปรอิสระต่างก็ส่งผลให้ร้อยละความถูกต้องมีค่าเพิ่มขึ้นหรือไม่ก็ลดลง ร้อยละความถูกต้องมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเมื่อกำหนดขนาดตัวอย่างให้มีจำนวนมากขึ้น แต่ร้อยละความถูกต้องมีแนวโน้มลดลงเมื่อเพิ่มระดับนัยสำคัญและจำนวนของตัวแปรอิสระ ส่วนค่าความแปรปรวนของความคลาดเคลื่อนนั้นไม่ส่งผลต่อร้อยละความถูกต้อง

บทบาทสหประชาชาติกับการปฏิบัติการเพื่อสันติภาพในสาธารณรัฐเฮติตามกฎหมายระหว่างประเทศ (ปีคริสต์ศักราช 1991 – ปีคริสต์ศักราช 2012)

การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยในสาธารณรัฐเฮติก่อให้เกิดวิกฤตการณ์เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่แม้เริ่มต้นจากการเป็นเรื่องภายในของประเทศ แต่เหตุดังกล่าวได้ส่งผลให้กลายเป็นวิกฤตการณ์ระหว่างประเทศสืบเนื่องจากการอพยพออกนอกประเทศของประชาชนเฮติจำนวนมหาศาลเพื่อลี้ภัยอันตรายที่มาจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวางภายในประเทศ ถือได้ว่าเป็นการคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงภายในภูมิภาคและระหว่างประเทศ จึงเป็นเหตุอันนำมาซึ่งการดำเนินการของสหประชาชาติในฐานะที่มีบทบาทสำคัญในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศตามกฎบัตรสหประชาชาติ โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ออกข้อมติภายใต้หมวดที่ 7 เพื่อดำเนินมาตรการและดำเนินการภารกิจเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสาธารณรัฐเฮติ อันเป็นการสร้างสันติภาพในสาธารณรัฐเฮติ ปัจจัยสำคัญที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎบัตรสหประชาชาติได้นั้น ต้องประกอบไปด้วยโครงสร้างทางสังคมที่มั่นคงภายในของสาธารณรัฐเฮติและการให้ความช่วยเหลือของประชาคมระหว่างประเทศ แต่จนถึงขณะนี้การแก้ไขปัญหาด้วยมาตรการในรูปแบบต่างๆของสหประชาชาติยังไม่ได้รับผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ของกฎบัตรสหประชาชาติ เนื่องจากปัจจัยการเมืองภายในของสาธารณรัฐเฮติเองยังไม่เอื้ออำนวยให้เกิดโครงสร้างทางสังคมที่มั่นคงในสาธารณรัฐเฮติและปัจจัยทางการเมืองระหว่างประเทศก็ยังไม่เอื้ออำนวยให้เกิดความร่วมมือของประชาคมระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพในการเข้ามาช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูสันติภาพในสาธารณรัฐเฮติ

การวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อขณะตีลูกบอลในนักกีฬาฮอกกี้สนาม

วัตถุประสงค์ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบกล้ามเนื้อหลักที่ใช้ในการออกแรงตีลูกบอลในแต่ละช่วงท่าของการตีลูกบอลของนักกีฬาฮอกกี้หญิง วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นนักกีฬาฮอกกี้หญิงทีมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 12 คน และนักกีฬาฮอกกี้หญิงทีมชาติ จำนวน 17 คน โดยการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เก็บข้อมูลโดยการติดขั้วรับสัญญาณไฟฟ้ากล้ามเนื้อบนผิวหนังบริเวณกล้ามเนื้อลำตัวช่วงบน 4 จุดและลำตัวช่วงล่าง 4 จุด ทำการทดสอบความสามารถในการหดตัวของกล้ามเนื้อสูงสุด (MVC) จากนั้นทำการวัดคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ โดยให้นักกีฬาทำการตีลูกบอล จำนวน 6 ครั้ง นำคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อที่ได้มาทำการหาค่าร้อยละของการหดตัวของกล้ามเนื้อสูงสุด เปรียบเทียบจากค่าการหดตัวสูงสุดของกล้ามเนื้อ (MVC) นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง 2 กลุ่มตัวอย่าง (Independent t-test) ทดสอบความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัย จังหวะการง้างไม้ ทีมชาติไทยใช้กล้ามเนื้อ Latissimus Dorsi, Pectoralis Major, Tensor Fascia Latae และ Rectus Femoris แต่ทีมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้กล้ามเนื้อ Middle Deltoid และ Gluteus Maximus มากที่สุด จังหวะการดึงไม้ลง ทีมชาติไทย ใช้กล้ามเนื้อ Pectoralis Major, External Abdominal Obliques, Gluteus Maximus และ Tensor Fascia Latae แต่ ทีมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใช้กล้ามเนื้อ adductor Magnus...

ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2

ในการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการจัดการแข่งขันระดับลีก ภูมิภาค ดิวิชั่น2 ศึกษากับกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่มคือ 1) กลุ่มตัวอย่างจากสโมสรที่เข้าร่วมแข่งขัน จำนวน 438 คนทำการสุ่มตัวอย่างโดยไม่ใช้ทฤษฎีความน่าจะเป็น(Non-Probability Sampling) สุ่มด้วยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) 2) กลุ่มตัวอย่างจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน จำนวน 1,068 คนทำการสุ่มตัวอย่างโดยไม่ใช้ทฤษฎีความน่าจะเป็น (Non-Probability Sampling) สุ่มด้วยวิธีการสุ่มแบบบังเอิญเจอ(Accidental Sampling) สำหรับเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบมาตรวัดประเมินค่า การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติและโปรแกรม Lisrel (Linear Structure Relation) วิเคราะห์ข้อมูลสถิติพรรณนาและสถิติอนุมาน มีผลการวิจัยดังนี้ 1) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการแข่งขันทั้ง 6 ปัจจัย พบว่า อยู่ในระดับมาก ทุกปัจจัย ประกอบด้วย ปัจจัยการจัดการ ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด ปัจจัยวิทยาศาสตร์การกีฬา ปัจจัยการเมืองและนโยบายของภาครัฐ ปัจจัยการค้นหาและคัดเลือกนักกีฬา และปัจจัยระบบการวิเคราะห์ผลงานนักกีฬา 2) ตัวแปรแฝงภายนอกในส่วนผู้บริหารที่ส่งผลต่อตัวแปรแฝงภายในความสำเร็จในการจัดการแข่งขันที่มีสัมประสิทธิ์ (Г) สูงที่สุดคือปัจจัยระบบการวิเคราะห์ผลงานนักกีฬา (Portfolio) รองลงมา คือ ปัจจัยการจัดการ (Management) และปัจจัยการค้นหาและคัดเลือกนักกีฬา (Selection) ซึ่งมีผลต่อตัวแปรแฝงภายในความสำเร็จในการจัดการแข่งขันในทิศทางบวก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยปัจจัยเชิงสาเหตุทั้งสามร่วมกันพยากรณ์ความสำเร็จในการจัดการแข่งขันได้ร้อยละ 76 3) ตัวแปรแฝงภายนอกในส่วนของแฟนคลับที่ส่งผลต่อตัวแปรแฝงภายในความสำเร็จในการจัดการแข่งขันที่มีสัมประสิทธิ์ (Г) สูงที่สุดคือปัจจัยการเมืองและนโยบายภาครัฐ (Policies) รองลงมาคือ ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดการกีฬา (Market mix) มีผลทางตรงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยปัจจัยเชิงสาเหตุทั้งสองร่วมกันพยากรณ์ความสำเร็จในการจัดการแข่งขันได้ร้อยละ 65

การพัฒนาแบบทดสอบความสามารถในการเคลื่อนที่ตามตำแหน่งการเล่นในกีฬาฟุตบอล

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาแบบทดสอบความสามารถในการเคลื่อนที่ตามตำแหน่งการเล่นในกีฬาฟุตบอล และสร้างเกณฑ์มาตรฐานความสามารถในการเคลื่อนที่ตามตำแหน่งการเล่นในกีฬาฟุตบอล กลุ่มตัวอย่างนักกีฬาฟุตบอลทีมไทยพรีเมียร์ลีกปี 2556 จำนวน 6 ทีมๆ ละ 6 ตำแหน่ง การวิเคราะห์ขั้นตอนที่ 1 ทำการสรุปรูปแบบการเคลื่อนที่และระยะทางการวิ่งตามตำแหน่งการเล่นฟุตบอล ด้วยการวิเคราะห์ระยะทางการวิ่งเร็วระยะสั้นโดยใช้โปรแกรม TRAK PERFORMANCE ขั้นตอนที่ 2 ทำการสร้างเครื่องมือทดสอบความสามารถในการเคลื่อนที่ตามตำแหน่งการเล่นในกีฬาฟุตบอล จากการศึกษาค้นคว้ารูปแบบการเล่นฟุตบอลตามตำแหน่งต่างๆ ผนวกกับผลการวิเคราะห์ในขั้นตอนที่ 1 มาสร้างแบบทดสอบภาคสนาม 3 แบบทดสอบ ได้แก่ แบบทดสอบความสามารถในการเคลื่อนที่ของ 1)ตำแหน่งกองหน้า 2) ตำแหน่งกองกลางตัวรับและเซ็นเตอร์แบ็ค และ 3) ตำแหน่งกองกลางตัวซ้าย-ขวาและแบคซ้าย-ขวา โดยวัดความสามารถของนักกีฬาฟุตบอลด้านความเร็ว ความแคล่วคล่องว่องไว และความอดทนแบบพิเศษ ในคราวเดียวกัน และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ( Pearson’s Product Moment Correlation) และ One-way ANOVA ซึ่งพบว่า การหาความตรง ( Validity ) ของแบบทดสอบทั้ง 3 แบบนี้ เปรียบเทียบกับ ความเร็ว ความแคล่วคล่องว่องไว และอดทนแบบพิเศษอยู่ในระดับ ดี และดีมาก ในขณะที่ ความเที่ยง (Reliability ) อยู่ในระดับ ดี และดีมาก และความเป็นปรนัย ( Objectivity ) อยู่ในระดับ ยอมรับ...

ผลของการเสริมมันสำปะหลังเส้นต่อการหมักในกระเพาะรูเมน ผลผลิตก๊าซมีเทนและน้ำนม และการย่อยได้ของสารอาหารของแพะนมลูกผสมในเขตร้อนชื้น

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการเสริมมันสำปะหลังเส้น ต่อประสิทธิภาพการใช้อาหาร การหมักในกระเพาะรูเมน เมทาโบไลท์ของเลือด ผลผลิตและองค์ประกอบน้ำนม และการผลิตก๊าซด้วยวิธี in vitro gas production technique (IVGPT) แพะนมพันธุ์ผสม (ซาเนน x พื้นเมือง) จำนวน 12 ตัว น้ำหนักเฉลี่ย 29 กิโลกรัม ช่วงให้น้ำนมมาแล้ว 35 วัน วางแผนงานวิจัยแบบเปลี่ยนสลับ (crossover design) เวลางานวิจัยช่วงละ 21 วัน โดย 14 วันแรกจะเป็นการปรับตัว และ 7 วันถัดมาจะเข้าสู่ช่วงเก็บข้อมูล อาหารทดสอบ 2 กลุ่ม ได้แก่อาหารทดสอบ 1 ได้รับหญ้าแพงโกลาเท่านั้น (สัดส่วน in vitro ของ Pangola:Cassava = 100:0) และอาหารทดสอบ 2 ได้รับหญ้าแพงโกลาและเสริมด้วยมันสำปะหลังเส้นที่ระดับ 0.5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว (สัดส่วน in vitro ของ Pangola:Cassava = 79:21) สัตว์ทุกตัวจะได้รับหญ้าแพงโกลาแบบไม่จำกัด (ad libitum) บันทึกน้ำหนักตัว ปริมาณการกินได้ น้ำนม มูลและปัสสาวะ เพื่อหาค่าประสิทธิภาพการใช้อาหาร และวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของตัวอย่างอาหาร น้ำนม มูลและปัสสาวะ เก็บเลือดเพื่อวิเคราะห์หาค่าเมทาโบไลท์ของเลือด และ...

Genetic diversity of blue spotted mudskipper Boleophthalmus boddarti populations in the Gulf Of Thailand using control region

Genetic structure of blue-spotted mudskipper (Boleophthalmus boddarti) in the Gulf of Thailand was investigated, based on 320 base pairs of partial control region in mitochondrial DNA. A total of 179 samples were collected from 6 locations in the Gulf of Thailand, namely Rayong (RY), Chachoengsao (CH), Samut Songkram (SS), Petchburi (PB), Nakorn Sri Thammarat (NK), and Pattani (PT). There were 56 haplotypes, of which haplotype01 (H01) was the common haplotype, found in 88 samples from...

ENVIRONMENTAL FRIENDLY TECHNOLOGY FOR REMOVAL OF LEAD FROM BATTERY WASTEWATER USING MODIFICATION OF CUTTLEBONE AS BIOSORBENT

The present study, the innovative biosorbent for treating acid battery manufacturing wastewater containing Pb (II) was studied in order to meet eco-friendly technology. Therefore, the Pb(II) adsorption behavior of cuttlebone was analyzed its applicability in treating acid battery manufacturing wastewater. This study showed that, the modification of cuttlebone can be applied to effective biosorbent for heavy metals removal from wastewater. Ability of cuttlebone powder (CB-P) and cuttlebone modified by carbonization at 400 °C (CB-M400) for...

POUR POINT DEPRESSANTS FROM DICARBOXYLIC ACID ALKYL ESTERS FOR PALM BIODIESEL

This research aims to synthesize pour point depressants from three types of dicarboxylic acids including 1,4-cyclohexanedicarboxylic acid, isophthalic acid and terephthalic acid by esterification using five types of alcohols including 1-propanol, 2-propanol, 1-butanol, 2-butanol and 2-methyl-1-propanol to improve flow properties at low temperature of palm biodiesel. These synthetic pour point depressants were characterized by proton nuclear magnetic resonance spectroscopy technique. The flow properties at low temperature of palm biodiesel were tested according to ASTM D...

ADSORPTION AND DIFFUSION OF GUEST MOLECULES IN ZEOLITIC IMIDAZOLATE FRAMEWORK-90 BY COMPUTER SIMULATIONS

Phuong Thuy Vo
Zeolitic imidazolate framework (ZIF)-90 has interested great consideration in gas separation such as CH4/H2, CH4/CO2, CH4/N2 due to its window size that is a factor for separation process. However, there is experimental evidence from adsorption and permeation studies that CH4 can enter the ZIF-90 framework despite the fact that the critical diameter of CH4 (3.8 Å) is larger than the window size of ZIF-90 (3.5 Å) assuming a rigid framework. Therefore, adsorption and diffusion of...

SYNTHESIS OF HYDROCARBONS FROM METHANOL OVER COBALT-BASED CATALYSTS

Le Thi Ngoc Huyen
The research aims to study the conversion of methanol to hydrocarbon over cobalt-based catalyst. The effect of reaction condition on conversion and hydrocarbon selectivity was investigated in batch as well as large scale fixed-bed reactor by using Co/γ-Al2O3. In addition, the catalytic activity of Co supported on various carriers and combination between ZSM-5 and Co/γ-Al2O3 was studied in small scale fixed-bed reactor. In batch reactor, the conversion and yield of total hydrocarbon product using 2%...

Generalizations of Schweizer-Wolff measure of dependence

Local attractivity and periodic character of rational Difference equation

In this thesis, we investigate some behaviors of the rational difference equations [symbol] where k ∈ℕ, the parameters A,B0,B1,B2, . . . ,Bk, and the initial conditions x−k, x−k+1, x−k+2, . . . ,x0 are nonnegative real numbers. We classify all periodic solutions with prime period-two and prime period-three. Then, we also present the existence of periodic solutions with prime period-p, where p is a prime number. Moreover, we prove the convergence of solutions to...

Pure ideals in T-semirings

In this thesis, we de ne and characterize right pure ideals, left pure ideals, right weakly pure ideals and left weakly pure ideals in T-semirings. We also characterize right weakly regular T-semirings by the properties of right pure ideals. Next, we introduce purely prime, purely semiprime, purely irreducible, strongly irreducible pure and purely maximal ideals in T-semirings and examine their relations. More- over, we can nd relationships between right pure ideals and purely irreducible ideals...

Registration Year

  • 2021
    19,650

Resource Types

  • Dataset
    15,979
  • Text
    3,671