31,483 Works

การคัดเลือกแบคทีเรียกรดแลคติก Lactobacillus plantarum จากอาหารหมักของไทยเพื่อผลิตกรดไขมันคอนจูเกตเต็ดไลโนเลอิก

พรกนก คีรีวัลย์
กรดไขมันคอนจูเกตเต็ดไลโนเลอิก (conjugated linoleic acid, CLA) เป็นกรดไขมันที่มีคาร์บอนจำนวน 18 อะตอมและมีการจัดเรียงพันธะคู่แบบคอนจูเกต โดยไอโซเมอร์ที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ 9CLA ที่ประกอบด้วย 9CLA-1 (cis-9, trans-11 C18:2) และ 9CLA-2 (trans-9, trans-11 C18:2) และ 10CLA (trans-10, cis-12 C18:2) ซึ่งเป็นไอโซเมอร์ที่มีประโยชน์ทางด้านชีวภาพ เช่น เป็นสารต้านโรคมะเร็ง ลดไขมันอุดตันในเส้นเลือด และส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เป็นต้น การผลิต CLA โดยแบคทีเรียกรดแลคติก Lactobacillus plantarum เกิดขึ้นจากกระบวนการไบโอไฮโดรจิเนชั่นของกรดไลโนเลอิก (cis-9, cis-12 C18:2) หรือ LA เปลี่ยนเป็น CLA โดยอาศัยการทำงานของเอนไซม์ไลโนเลเอตไอโซเมอเรส ในงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกแบคทีเรียกรดแลคติก L. plantarum ที่มีศักยภาพในการผลิต CLA จากการนำ L. plantarum ที่แยกได้จากอาหารหมักของไทย จำนวน 44 ไอโซเลต มาเลี้ยงในอาหารเหลว Modified MRS ที่มีการเติม LA เพื่อใช้เป็นสับสเตรท ผลพบว่าแบคทีเรีย L. plantarum 4 ไอโซเลต ได้แก่ NB05 NB289 NB311 และ NB324...

มาตรฐานความระมัดระวัง กรณีการกระทำความผิดโดยประมาทในทางอาญาของแพทย์

ชวนันท์ กนกวิจิตรศิลป์
ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ในโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชนเป็นกังวลในประเด็นผู้ป่วยฟ้องแพทย์เป็นคดีอาญา เนื่องจากหลังจากที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาพยาบาลแล้ว หากผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยความเสียหายดังกล่าวไม่ได้เกิดจากสาเหตุของโรคหรืออาการที่เป็นต้นเหตุให้เข้ารับการรักษา แต่เกิดจากการกระทำเวชปฏิบัติของแพทย์ที่ผิดพลาด ซึ่งความผิดพลาดดังกล่าวเกิดจากความประมาทของแพทย์ในการวินิจฉัยโรคผิดพลาด ทำให้เลือกใช้วิธีการรักษาไม่เหมาะสมหรือให้การรักษาล่าช้าเกินสมควร หรือแพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญแต่กลับให้การรักษา ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์จึงเกรงว่า การปฏิบัติหน้าที่แพทย์รักษาผู้ป่วย แม้จะทำการรักษาผู้ป่วยอย่างเต็มที่สุดความสามารถแล้วก็ตาม แต่หากผู้ป่วยหรือญาติของผู้ป่วยไม่พอใจผลของการรักษา เมื่อผลการรักษาไม่เป็นอย่างที่คาดหวังและคิดว่า ความเสียหายต่อร่างกายหรือชีวิตของผู้ป่วยเกิดจากความประมาทของแพทย์ ให้การรักษาต่ำกว่าระดับมาตรฐานความระมัดระวังทางวิชาชีพ อาจเป็นต้นเหตุให้แพทย์ถูกฟ้องเป็นคดีอาญาได้ โดยฟ้องในข้อหาความผิดฐานกระทำโดยประมาท เพื่อต้องการบีบบังคับให้แพทย์ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น และเพื่อต้องการใช้กระบวนการยุติธรรมค้นหาความจริงว่า การบาดเจ็บหรือเสียชีวิตนั้น แพทย์กระทำเวชปฏิบัติด้วยความประมาทหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่ผู้ป่วยหรือญาติของผู้ป่วยยังไม่รู้ว่าในความเป็นจริงแล้ว ความเสียหายที่เกิดขึ้น แพทย์กระทำเวชปฏิบัติโดยประมาทหรือไม่ จึงส่งผลให้แพทย์สูญเสียกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ประเด็นมาตรฐานความระมัดระวัง กรณีการกระทำความผิดโดยประมาทในทางอาญาของแพทย์นั้น หากมีการดำเนินคดีอาญากับแพทย์ ประเด็นนี้จะเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนต้องพิจารณาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า แพทย์กระทำเวชปฏิบัติโดยประมาทในทางอาญาหรือไม่ เพื่อทำความเห็นสรุปสำนวนคดีส่งให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้อง หรือสั่งไม่ฟ้องต่อไป ดังนั้น การจะวินิจฉัยว่าแพทย์มีความผิดหรือไม่ จึงต้องวินิจฉัยประเด็นที่ว่า แพทย์กระทำเวชปฏิบัติด้วยความประมาทหรือไม่ ซึ่งการจะวินิจฉัยได้นั้น ต้องทราบและเข้าใจถึงมาตรฐานความระมัดระวังในการรักษาของแพทย์ เพื่อทราบว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นเกิดจากความประมาทในการรักษาของแพทย์หรือไม่ โดยพยานหลักฐานที่สำคัญสำหรับประกอบการพิจารณา เพื่อช่วยในการวินิจฉัยของศาลว่า แพทย์กระทำเวชปฏิบัติโดยประมาทหรือไม่ คือ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือแพทย์ผู้ชำนาญการพิเศษ หรือแพทย์ที่กระทำเวชปฏิบัติในสาขาเดียวกันในโรงพยาบาลเดียวกัน หรือแพทย์จากราชวิทยาลัยในสาขานั้น ๆ หรือแพทยสภา ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ควบคุมการประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ให้ถูกต้องปัจจุบันแพทย์กับการถูกฟ้องเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และความขัดแย้งระหว่างแพทย์และผู้ป่วยยังไม่มีกฎหมายใดเป็นข้อยุติ จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่จะต้องรู้ว่า ระดับมาตรฐานความระมัดระวังทางการแพทย์ในระดับใดที่หากปฏิบัติต่ำกว่าระดับมาตรฐานความระมัดระวังแล้วและก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตหรือร่างกายผู้ป่วย แพทย์จะมีความรับผิดทางอาญาฐานกระทำโดยประมาท ปัญหาการฟ้องแพทย์เป็นคดีอาญานั้น เป็นเรื่องการสูญเสียชีวิตหรือสภาพร่างกายและจิตใจ โดยมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยซึ่งอาจหลีกเลี่ยงได้ หากแพทย์ใช้ความระมัดระวังและความรอบคอบอย่างเหมาะสมเพียงพอ ดังนั้น การจะพิจารณาได้ว่า แพทย์ปฏิบัติการรักษาด้วยความประมาทและเป็นความผิดอาญาหรือไม่นั้น จึงต้องพิจารณาระดับของความระมัดระวังเป็นสำคัญ โดยจะต้องพิจารณาให้ทราบถึงมาตรฐานความระมัดระวัง กรณีการกระทำความผิดโดยประมาทในทางอาญาของแพทย์ว่ามีระดับมาตรฐานความระมัดระวังมากน้อยเพียงใด เพื่อวินิจฉัยว่าการกระทำโดยประมาทดังกล่าวเป็นความผิดอาญาหรือไม่ หรือเป็นภาวะแทรกซ้อนทางการแพทย์ที่ไม่สามารถป้องกันได้ แม้แพทย์จะได้ใช้ความระมัดระวังอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม

Registration Year

  • 2017
    31,483

Resource Types

  • Dataset
    28,761
  • Text
    2,722

Data Centers

  • NRCT Data Center
    31,483