17,720,707 Works

ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมกฎทางภาษีอากรโดยศาลปกครอง

จิราวรรณ สุวรรณปินฑะ
วิทยานิพนธ์นี้ได้ศึกษากฎทางภาษีอากร คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎทางภาษีอากรในศาลปกครอง หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการควบคุมกฎทางภาษีอากรในศาลปกครอง และการตีความกฎทางภาษีอากรในคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลปกครอง เพื่อมุ่งหมายที่จะนำวิเคราะห์ถึงปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมกฎทางภาษีอากรโดยศาลปกครอง ถึงแม้กฎทางภาษีอากรจะเป็นกฎตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ที่กำหนดให้ กฎ หมายความว่า พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น ระเบียบ ข้อบังคับ หรือบทบัญญัติอื่นที่มีผลบังคับเป็นการทั่วไป โดยไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดหรือบุคคลใดเป็นการเฉพาะและกฎทางภาษีอากรยังมีการควบคุมความชอบด้วยกฎหมายตามหลักความชอบด้วยการกระทำทางปกครองเช่นเดียวกับกฎก็ตาม แต่จากการศึกษาพบว่าการตีความเนื้อหาเพื่อควบคุมความชอบด้วยกฎหมายของ “กฎทางภาษีอากร” แตกต่างจากการตีความเนื้อหาของ “กฎ” และมีปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมกฎทางภาษีอากรโดยศาลปกครอง ดังนี้ 1.การตีความในเรื่องเกี่ยวกับอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ที่มิได้ตีความให้ครอบคลุมถึงพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542 ซึ่งเกี่ยวข้องกับอำนาจศาลปกครองและศาลภาษีอากร 2. การตีความในเรื่องผู้มีสิทธิฟ้องคดี ที่มิได้ตีความให้ครอบคลุมถึงผู้ที่อาจจะเดือดร้อนหรือเสียหาย 3. การตีความในเรื่องเงื่อนไขการฟ้องคดีที่มิได้ตีความให้ครอบคลุมถึงระยะเวลาฟ้องคดีที่ต้องยื่นฟ้องภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี รวมถึง4. การตีความในเรื่องการควบคุมความชอบด้วยกฎหมายในเรื่องขั้นตอนและกระบวนการออกกฎทางภาษีอากร ที่มิได้ตีความให้ครอบคลุมถึงการปฏิบัติราชการแทนหรือการรักษาราชการแทนตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และขั้นตอนกระบวนการออกกฎทางภาษีอากร ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเสนอเรื่องคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2531 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดทำและการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2549 พระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2522 และระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดทำและการพิจารณาร่างกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับหรือประกาศ โดยกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2522 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประกาศเรื่องในราชกิจจานุเบกษา พ.ศ. 2547 5.การตีความเนื้อหาของกฎทางภาษีอากร ศาลปกครองได้ตีความเนื้อหาของกฎทางภาษีอากรโดยอาศัยหลักการตีความตามหลักกฎหมายปกครองเท่านั้น แต่มิได้อาศัยหลักการตีความตามหลักกฎหมายภาษีอากรด้วยดังนั้น ในการตีความเนื้อหาของกฎทางภาษีอากรนอกจากศาลปกครองจะต้องอาศัยหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง...

ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับความล่าช้าในการดำเนินคดีปกครอง

เขมจิรา รัตนะรังษี
นับตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา ประเทศไทยได้มีการจัดตั้งศาลปกครองขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 เป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาเกี่ยวกับคดีปกครอง หรือคดีพิพาทระหว่างเอกชนกับหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือคดีพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยกันอันเนื่องมาจากการปฎิบัติหน้าที่ทางปกครองของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันเกิดจากการจัดทำบริการสาธารณะ โดยประเด็นข้อพิพาทดังกล่าวเป็นประเด็นข้อพิพาทตามกฎหมายมหาชน แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน มีการบัญญัติกฎหมายปกครองขึ้นมาบังคับใช้เพิ่มขึ้น ทำให้มีมูลเหตุแห่งการฟ้องคดีปกครองเพิ่มมากขึ้น มีคดีที่ฟ้องมายังศาลปกครองเป็นจำนวนมาก ด้วยคดีที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากนี้ประกอบกับในการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลมีบทกฎหมายในหลายมาตราซึ่งเมื่อพิจารณาจะพบว่าบทกฎหมายเหล่านี้เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้การพิจารณาคดีเกิดความล่าช้า เมื่อการดำเนินกระบวนพิจารณาเกิดความล่าช้า จึงส่งผลให้มีคดีที่ค้างการพิจารณาเป็นจำนวนมาก กว่าจะพิจารณาคดีใดคดีหนึ่งแล้วเสร็จต้องใช้ระยะเวลายาวนาน ก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายแก่คู่กรณี เพราะไม่อาจเยียวยาแก้ไขปัญหาในประเด็นพิพาทได้อย่างทันท่วงที จากสถิติพบว่ามีคดีปกครองในศาลปกครองไทยจำนวนไม่น้อยที่มีระยะเวลาการพิจารณานานเกินกว่า 5 ปี ทำให้ศาลปกครองโดนร้องเรียนและโดนโจมตีในเรื่องดังกล่าวจากคู่กรณีอยู่บ่อยครั้ง และเมื่อผู้เขียนได้พิจารณาการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลปกครองในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นศาลปกครองของฝรั่งเศส หรือศาลปกครองของเยอรมัน ซึ่งประเทศเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นต้นแบบของศาลปกครองไทย พบว่า ศาลปกครองของประเทศเหล่านี้มีการพิจารณาคดีอย่างรวดเร็ว จากการศึกษาพบว่า ในปี พ.ศ. 2560 ศาลปกครองฝรั่งเศสมีระยะเวลาเฉลี่ยในการพิจารณาพิพากษาคดี ตั้งแต่ 7 เดือน ไปจนถึง 2 ปีครึ่ง เท่านั้น โดยระยะเวลาเริ่มนับจากวันที่รับคดีไว้พิจารณาไปจนถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง อีกทั้ง ปัจจุบัน รัฐบาลมีแนวนโยบายปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ โดยมีการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรมเป็นส่วนหนึ่งด้วย อันเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่บัญญัติไว้เพื่อให้การดําเนินการอํานวยความยุติธรรมแก่ประชาชนได้ประสิทธิผล โดยมาตรา 258 ง. (1) กําหนดว่า “ให้มีการกําหนดระยะเวลาดําเนินงานในทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า และมีกลไกช่วยเหลือประชาชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ รวมตลอดทั้งการสร้างกลไกเพื่อให้มีการบังคับการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมในสังคม” และมาตรา 258 ง. (3) กําหนดให้มีการ “เสริมสร้างและพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรขององค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมให้มุ่งอํานวยความยุติธรรมแก่ประชาชนโดยสะดวกและรวดเร็ว”ผู้เขียนจึงมุ่งหมายที่จะศึกษาสาเหตุที่สำคัญในหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับสาเหตุของปัญหาความล่าช้าในการดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านข้อกฎหมาย ปัญหาทางด้านการแสวงหาข้อเท็จจริงของศาล ปัญหาทางด้านรูปแบบของกระบวนการพิจารณา ปัญหาเกี่ยวกับรูปแบบในการจัดทำคำพิพากษา รวมถึงความพร้อมของบุคลากรและความพร้อมของเทคโนโลยีในการดำเนินคดีซึ่งจากการศึกษาพบว่า...

มาตรการแทนการลงโทษจำคุก: ศึกษากรณีคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย

ศิรดา เต็งประทีป
เมื่อบทลงโทษที่ถูกกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญาของไทยในปัจจุบันยังคงมีอยู่อย่างจำกัด ศาลไม่สามารถนำโทษ หรือมาตรการอื่นทางอาญานอกเหนือจากที่กฎหมายบัญญัติมาบังคับใช้ได้ โดยเฉพาะสำหรับกรณีการกระทำความผิดบางประเภทที่ไม่สมควรลงโทษถึงขั้นจำคุก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นความผิดที่รุนแรงเกินกว่าจะใช้เพียงมาตรการการรอการลงโทษเท่านั้น ส่งผลให้ศาลจำต้องใช้วิธีการลงโทษจำคุกอยู่นั่นเอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดปัญหาที่สำคัญในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา คือ ปัญหาเรื่องความแออัดของเรือนจำ ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงได้นำเสนอบทลงโทษอาญาทางเลือก คือ การมีคำสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ซึ่งถือเป็นมาตรการแทนการลงโทษจำคุกรูปแบบหนึ่งที่มีเงื่อนไขแตกต่างจากการใช้สิทธิเรียกร้องทางแพ่งของผู้เสียหายในคดีอาญา และการมีคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายในฐานะที่เป็นเงื่อนไขของการรอการลงโทษที่กำหนดอยู่ในกฎหมายไทยในปัจจุบัน การบัญญัติเพิ่มโทษอาญาทางเลือกให้ศาลสามารถใช้ดุลพินิจตัดสินพิพากษาให้ผู้กระทำความผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายได้ทันทีนั้น นอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องความแออัดของเรือนจำแล้ว ยังถือเป็นมาตรการที่ส่งผลดีทั้งต่อตัวผู้เสียหาย ทำให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาความเสียหายที่ได้รับจากการกระทำความผิดอย่างเป็นรูปธรรม และยังส่งผลดีต่อตัวผู้กระทำความผิด ในแง่ของการป้องกันมิให้ผู้กระทำความผิดได้รับผลร้ายที่อาจเกิดจากการถูกลงโทษจำคุก และเปิดโอกาสให้ผู้กระทำความผิดสามารถชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตน ทั้งยังมีโอกาสได้รับการแก้ไขฟื้นฟูเพื่อปรับปรุงพฤตินิสัยได้อย่างเหมาะสม ซึ่งบทลงโทษทางอาญาในรูปแบบที่มุ่งเน้นการเยียวยาความเสียหาย และการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดโดยเฉพาะการมีคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายนี้ เป็นแนวโน้มพัฒนาการสำหรับกระบวนการยุติธรรมทางอาญาสมัยใหม่ ที่ช่วยส่งเสริมให้กฎหมายยังคงสถานะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการควบคุมดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคม และช่วยพัฒนาประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาให้คงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในสังคมที่ล้วนแต่ต้องดำเนินชีวิตอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกฎหมายทั้งสิ้น

ความเหมาะสมในการลงโทษบุคคลไม่กระทำหน้าที่พลเมืองดี: ศึกษาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 374

ธาม ชัยนุกูลศิลา
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงความความเหมาะสมในการกำหนดความผิดและการลงโทษทางอาญาสำหรับบุคคลที่ไม่กระทำหน้าที่พลเมืองดีในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ซึ่งตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิต สำหรับประเทศไทยได้บัญญัติหน้าที่พลเมืองดีไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 374 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่มีลักษณะบังคับให้บุคคลต้องกระทำการช่วยผู้ซึ่งตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิต หากช่วยได้แต่ไม่ช่วยก็จะมีความผิดและต้องรับโทษ โดยที่การกำหนดหน้าที่พลเมืองดีดังกล่าวนั้นอาจกระทบกระเทือนต่อสิทธิและเสรีภาพของปัจเจกบุคคลได้ อีกทั้ง ถ้อยคำในตัวบทได้บัญญัติไว้อย่างกว้าง ๆ ไม่ชัดเจน ด้วยในปัจจุบันมีภัยที่ส่งผลให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและร่างกายต่อคนในสังคมเป็นจำนวนมาก จึงอาจทำให้เกิดปัญหาในการบังคับใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายในการปรับใช้กับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งบทบัญญัติมาตรา 374 ยังไม่เคยมีคำพิพากษาของศาลตัดสินมาก่อน อีกทั้งตำราของนักนิติศาสตร์ไทยก็ไม่ได้อธิบายไว้โดยละเอียด โดยสมควรศึกษาดุลยภาพระหว่างสิทธิและเสรีภาพของปัจเจกบุคคลกับการบังคับควบคุมศีลธรรมโดยกฎหมาย ศึกษาวิวัฒนาการในการกำหนดหน้าที่พลเมืองดีของประเทศไทยในอดีตจนถึงปัจจุบัน ศึกษาแนวคิดในการกำหนดความผิดอาญาและการลงโทษทางอาญาสำหรับบุคคลที่ไม่กระทำหน้าที่พลเมืองดี รวมทั้งสำรวจบทบัญญัติความผิดดังกล่าวทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อวิเคราะห์ขอบเขตองค์ประกอบความรับผิดของหน้าที่พลเมืองดีให้เกิดแนวทางในการบังคับใช้ได้อย่างเหมาะสมจากการศึกษาพบว่า ในประเทศไทยได้มีการกำหนดหน้าที่พลเมืองดีในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่นมาแล้วตั้งแต่ในอดีต โดยมีวิวัฒนาการของหน้าที่และขอบเขตในการให้ความช่วยเหลือแตกต่างกันไปตามบริบทของสังคมแต่ละยุคสมัย ปัจจุบันได้มีการกำหนดหน้าที่พลเมืองดีในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ซึ่งตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิต แม้ว่าการกำหนดหน้าที่พลเมืองดีดังกล่าวจะกระทบต่อกระเทือนต่อสิทธิและเสรีภาพของปัจเจกบุคคล แต่ก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีการบังคับควบคุมศีลธรรมโดยกฎหมายเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายอันเป็นประโยชน์ส่วนรวม ให้คงไว้แก่สังคม อีกทั้ง จากการศึกษากฎหมายต่างประเทศพบว่ามีการบัญญัติหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือไว้ในกฎหมายที่มีโทษทางอาญาเช่นเดียวกัน โดยบัญญัติมาจากหลักแนวคิดที่เรียกว่า Good Samaritan Law ซึ่งเป็นหลักแนวคิดที่ต่างประเทศนำมาใช้ในการกำหนดหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ซึ่งตกอยู่ในภยันตราย (Duty to rescue) โดยแต่ละประเทศมีการกำหนดองค์ประกอบความผิดและโทษที่แตกต่างกันไปตามระบบกฎหมายและบริบทของสังคม ดังนั้น ผู้เขียนจึงเห็นว่าควรนำหลักแนวคิดและบทบัญญัติของกฎหมายต่างประเทศมาพิจารณาเปรียบเทียบกับองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 374 เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการบังคับใช้ขอบเขตของหน้าที่พลเมืองดีให้มีความชัดเจนแน่นอนและเพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการลงโทษบุคคลที่ไม่กระทำหน้าที่พลเมืองดีให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย

เหตุเพิ่มโทษสำหรับการกระทำที่เกิดจากความเกลียดชังต่อบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศแตกต่างจากเพศโดยกำเนิด

พิวัฒน์ ผดุงชอบ
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงเหตุผลและความจำเป็นในการเพิ่มโทษสำหรับการกระทำที่เกิดจากความเกลียดชังต่อบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศแตกต่างจากเพศโดยกำเนิด ซึ่งการมีอัตลักษณ์ทางเพศหรือการแสดงออกถึงเพศสภาพที่แตกต่างไปจากเพศโดยกำเนิดถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของปัจเจกบุคคล อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการแสดงออกในกรณีนี้อาจถูกจำกัดอยู่ภายใต้เงื่อนไขหรือกรอบแห่งวัฒนธรรม จารีตประเพณี ค่านิยม ความคาดหวัง หรือบรรทัดฐานของสังคม ปัจจุบันแม้ประเทศไทยจะแสดงให้เห็นถึงการให้การยอมรับบุคคลที่แสดงออกถึงอัตลักษณ์ทางเพศที่แตกต่างเหล่านี้มากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังมีบางกลุ่มของสังคมก็ที่ยังคงมีแนวคิดหรือทัศนคติที่ผิดเกี่ยวกับบุคคลที่แสดงออกถึงอัตลักษณ์ทางเพศที่แตกต่างเหล่านี้อยู่ เช่น การตัดสินบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศว่าเป็นคนโรคจิต จิตวิปริต สมควรที่จะต้องได้รับการบำบัดรักษาให้กลับมามีเพศสภาพที่ตรงกับเพศสรีระโดยกำเนิด และที่น่าห่วงใยที่สุด คือการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิในชีวิตและร่างกายซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปจนถึงขั้นก่ออาชญากรรมด้วยเหตุอันเนื่องมาจากความเกลียดชังต่อบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศเหล่านั้น โดยสำหรับประเทศไทยนั้นยังไม่มีกฎหมายที่กำหนดความรับผิดทางอาญากรณีอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังต่อบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศแตกต่างจากเพศโดยกำเนิดไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมโลกให้ความสำคัญและตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวนี้เป็นอย่างมาก จึงสมควรศึกษาเหตุผลและความจำเป็นรวมถึงแนวคิดทฤษฎีในการกำหนดความรับผิดทางอาญาสำหรับการกระทำที่เกิดจากความเกลียดชังต่อบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศแตกต่างจากเพศโดยกำเนิด รวมทั้งศึกษาถึงบทบัญญัติกฎหมายของต่างประเทศ เพื่อวิเคราะห์ขอบเขต รูปแบบในการกำหนดความรับผิด องค์ประกอบความผิด รวมถึงข้อยกเว้นต่างๆ เพื่อที่จะนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทในสังคมไทยต่อไปจากการศึกษาพบว่า ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังต่อบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศที่แตกต่างจากเพศโดยกำเนิด การละเมิดสิทธิในชีวิตและร่างกายของบุคคลดังกล่าวเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นจากข่าวอาชญากรรมหรือจากการพบเห็นในชีวิตประจำวันทั่วไป ปัญหาดังกล่าวนี้เป็นปัญหาสำคัญที่สมควรได้รับการแก้ไขโดยเร็ว ซึ่งจากการศึกษากฎหมายต่างประเทศพบว่าปัญหาในเรื่องอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังนี้เป็นปัญหาสำคัญที่รัฐตระหนักถึงและมีการกำหนดความรับผิดทางอาญาสำหรับอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังไว้เป็นการเฉพาะแตกต่างจากอาชญากรรมทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการบัญญัติให้เป็นความผิดฐานหนึ่ง หรือการบัญญัติให้เป็นเหตุที่ผู้กระทำผิดต้องรับโทษหนักขึ้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระบบกฎหมาย สภาพปัญหาและบริบททางสังคมของแต่ละประเทศที่จะบัญญัติกฎหมายให้สอดคล้องและเหมาะสมที่สุดดังนั้น ผู้เขียนจึงเห็นว่าควรนำหลักแนวคิดและรูปแบบการกำหนดความรับผิดทางอาญาสำหรับอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังของกฎหมายต่างประเทศมาพิจารณา วิเคราะห์ และนำมาปรับใช้กับประเทศไทย เพื่อให้การกำหนดความรับผิดทางอาญาสำหรับอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังต่อบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศที่แตกต่างจากเพศโดยกำเนิด รวมถึงการบัญญัติกฎหมายอาญาเพื่อเพิ่มโทษกรณีดังกล่าวมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพสังคมและปัญหารวมถึงบริบทในสังคมไทยต่อไป

ปัญหาทางกฎหมายในการกำหนดความรับผิดทางอาญาของผู้เผยแพร่ภาพส่วนตัวที่ไม่สมควรทางเพศของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม

ณัฐพันธุ์ เบ็ญขันธ์
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีความมุ่งหมายที่จะศึกษาถึงความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการกำหนดความรับผิดทางอาญาสำหรับการเผยแพร่ภาพส่วนตัวที่ไม่สมควรทางเพศ แยกต่างหากจากบทบัญญัติที่กำหนดความรับผิดทางอาญาแก่การเผยแพร่สื่อลามกอนาจารทั่วไปที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยได้ทำการศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับภาพส่วนตัวที่ไม่สมควรทางเพศ แนวคิดเกี่ยวกับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว และแนวคิดทฤษฎีในการกำหนดความรับผิดและโทษทางอาญา วิเคราะห์จุดร่วมและจุดแตกต่างระหว่างภาพส่วนตัวที่ไม่สมควรทางเพศและสื่อลามกอนาจารทั่วไป รวมทั้งสำรวจบทบัญญัติแห่งกฎหมายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อวิเคราะห์แสวงหาแนวทางที่เหมาะสมในการบัญญัติกฎหมายเพื่อกำหนดความรับผิดทางอาญาสำหรับการเผยแพร่ภาพส่วนตัวที่ไม่สมควรทางเพศในประเทศไทยจากการศึกษาพบว่า ในปัจจุบันหลายประเทศได้มีการตราบทบัญญัติกำหนดความรับผิดทางอาญาสำหรับการเผยแพร่ภาพส่วนตัวที่ไม่สมควรทางเพศเป็นการเฉพาะ โดยแต่ละประเทศกำหนดองค์ประกอบความผิดและความหนักเบาของอัตราโทษแตกต่างกันไปตามระบบกฎหมาย บริบทของสังคม และนโยบายของรัฐ สำหรับประเทศไทย ในปัจจุบันพบว่ายังไม่มีบทบัญญัติใดที่กำหนดความรับผิดทางอาญาสำหรับการเผยแพร่ภาพส่วนตัวที่ไม่สมควรทางเพศแยกออกจากสื่อลามกอนาจารทั่วไปเป็นการเฉพาะ แม้ว่าในความเป็นจริงภาพส่วนตัวที่ไม่สมควรทางเพศจะส่งผลกระทบในทางลบต่อผู้เสียหายอย่างร้ายแรงในหลายแง่มุมก็ตาม หากแต่เมื่อเกิดกรณีการเผยแพร่ภาพส่วนตัวที่ไม่สมควรทางเพศขึ้น ฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องปรับใช้กฎหมายที่ควบคุมเกี่ยวกับการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเท่าที่มีอยู่แก่กรณีเป็นรายกรณีไป สภาพการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดข้อขัดข้องในการดำเนินคดีอาญาแก่ผู้ที่นำภาพส่วนตัวที่ไม่สมควรทางเพศของบุคคลอื่นไปเผยแพร่เป็นอย่างมาก อาทิ ปัญหาความไม่ครอบคลุมของกฎหมายในการกำหนดความรับผิดทางอาญาสำหรับการเผยแพร่ภาพส่วนตัวที่ไม่สมควรทางเพศ ปัญหาความไม่ได้สัดส่วนของอัตราโทษที่ผู้เผยแพร่ภาพส่วนตัวที่ไม่สมควรทางเพศได้รับจากปัญหาดังกล่าวข้างต้น ผู้เขียนเห็นว่ารัฐควรตระหนักถึงการรับรองและคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวของบุคคลในประเด็นนี้ ซึ่งสิทธิในความเป็นส่วนตัวเป็นสารัตถะสำคัญซึ่งแบ่งแยกภาพส่วนตัวที่ไม่สมควรทางเพศที่ออกจากสื่อลามกอนาจารทั่วไป และด้วยเหตุดังกล่าว ผู้เขียนจึงขอเสนอให้มีการตรากฎหมายเพื่อกำหนดความรับผิดทางอาญาสำหรับการเผยแพร่ภาพส่วนตัวที่ไม่สมควรทางเพศเป็นการเฉพาะ เพื่อให้รัฐสามารถคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวของบุคคลได้อย่างเหมาะสมและเพียงพอ

การคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของบุคคลสาธารณะตามหลักกฎหมายอาญา: ศึกษากรณีการให้ความคุ้มครองในพื้นที่สาธารณะ

ศรันยา แรงกุศล
สิทธิความเป็นส่วนตัวถือเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ซึ่งในทางวิชาการมีการศึกษาลักษณะของสิทธิความเป็นส่วนตัวอย่างหลากหลาย แต่สรุปได้พอสังเขปว่า สิทธิความเป็นส่วนตัวปรากฏอยู่ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต ทั้งในลักษณะที่มีการเคลื่อนไหวทางกายภาพ เช่น การอยู่อาศัย การติดต่อสื่อสาร และในลักษณะของข้อมูลที่เป็นเรื่องส่วนตัวและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ส่วนบุคคล โดยสิทธิความเป็นส่วนตัวเป็นสิทธิที่บุคคลทุกคนต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกันอย่างไรก็ตาม บุคคลสาธารณะในกลุ่มผู้ให้ความบันเทิง เช่น ศิลปิน นักแสดง นักร้อง นักกีฬา และนักสื่อสารมวลชน มักประสบปัญหาจากสถานะของตน และความคาบเกี่ยวกันระหว่างชีวิตส่วนตัวกับชีวิตสาธารณะซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวมากกว่าบุคคลทั่วไป เนื่องจากบุคคลสาธารณะได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จึงมีโอกาสถูกลิดรอนสิทธิความเป็นส่วนตัวมากกว่า ถึงขนาดมีการกล่าวว่าบุคคลสาธารณะเป็นบุคคลที่ได้รับการคุ้มครองเรื่องความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าบุคคลธรรมดา ทั้งที่บุคคลสาธารณะนั้นยังเป็นบุคคลธรรมดาตามกฎหมายที่มีสิทธิเสรีภาพเช่นคนทั่วไป แต่กลับถูกตัดสินว่าเมื่อบุคคลสาธารณะยอมพาตนเองเข้ามาอยู่ในพื้นที่สาธารณะต้องยอมรับต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองในทุกรูปแบบนอกจากนี้ สภาพปัญหาการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของไทยในสถานการณ์ปัจจุบันจำแนกได้เป็นการละเมิดที่สามารถนำกฎหมายที่มีอยู่มาปรับใช้ แต่อาจมีข้อจำกัดหรือยังไม่เหมาะสมในการให้ความคุ้มครองอย่างเพียงพอ และการละเมิดต่อสิทธิความเป็นส่วนตัวซึ่งยังไม่มีกฎหมายไทยให้ความคุ้มครองไว้อย่างชัดเจน ด้วยเหตุนี้ งานวิทยานิพนธ์ชิ้นนี้จึงดำเนินการศึกษาเรื่องการให้ความคุ้มครองสิทธิความเป็นส่วนตัวตามกฎหมายไทยเปรียบเทียบกับกฎหมายต่างประเทศ เพื่อวิเคราะห์ให้เห็นถึงการให้ความคุ้มครอง โดยจำแนกเป็นความคุ้มครองในขั้นตอนการเข้าถึงความเป็นส่วนตัวและการเผยแพร่ความเป็นส่วนตัว ทั้งในกรณีพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะ นำไปสู่ข้อเสนอแนะถึงความจำเป็นในการปรับปรุงแก้ไขหรือเพิ่มเติมกฎหมายไทยในแต่ละกรณี และความเหมาะสมในการจำแนกความคุ้มครองระหว่างบุคคลธรรมดาและบุคคลสาธารณะ เพื่อเป็นแนวทางการให้ความคุ้มครองสิทธิความเป็นส่วนตัวที่สอดคล้องกับสภาพสังคมไทยในปัจจุบันต่อไป

ปัญหาเขตอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ: ศึกษากรณีมาตรา 213 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา
การศึกษาในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มุ่งศึกษาในเรื่องของเขตอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 213 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ซึ่งเป็นเรื่องการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงของปัจเจกบุคคล ระบบการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพโดยศาลรัฐธรรมนูญและข้อความคิดของการร้องทุกข์ทางรัฐธรรมนูญกับระบบกฎหมายเยอรมันและสเปน ซึ่งมีอิทธิพลต่อการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในประเทศไทย ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ยังหยิบยกปัญหาของมาตรา 213 อันได้แก่ ปัญหาระบบการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของศาลรัฐธรรมนูญไทย ปัญหาความไม่ชัดเจนเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในมาตรา 213 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และมาตรา 47 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 และปัญหาข้อจำกัดการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 213 ด้วย

การแทรกแซงความเป็นส่วนตัว: ศึกษาความรับผิดทางอาญากรณีการเผยแพร่ภาพส่วนตัวบนสื่อสังคมออนไลน์

วัชรพล ชัยปัญญา
เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีได้พัฒนาอย่างรวดเร็วทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน หนึ่งในนั้นก็คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ปัจจุบันมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวันของบุคคลในสังคม ตัวอย่างเช่นโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ปัจจุบันสามารถที่จะทำการเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ตได้รวดเร็วและเข้าถึงได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังสามารถที่จะบันทึกภาพไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิทยานิพนธ์นี้จึงมุ่งศึกษาปัญหาที่เกิดจากการแทรกแซงความเป็นส่วนตัวจากการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ซึ่งความเป็นส่วนตัวนั้นเป็นสิทธิที่จะอยู่โดยลำพังปราศจากรบกวนจากบุคคลภายนอกที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มาตรา 35 ได้บัญญัติรับรองและคุ้มครองเอาไว้ แต่กฎหมายในลำดับรองนั้นยังไม่ครอบคลุม ไปถึงการคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวของบุคคลในกรณีที่มีผู้อื่นทำการเผยแพร่ภาพส่วนบุคคลของผู้อื่นโดยปราศจากความยินยอมซึ่งภาพนั้นน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้นั้น ดังนั้นกฎหมายลำดับรองของไทยจึงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขเพื่อให้การคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวของบุคคลนั้นให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

Poster Zuopeng 2019

Zuopeng Lv

Occurrence Download

Occdownload Gbif.Org
A dataset containing 19 species occurrences available in GBIF matching the query: { "and" : [ "Continent is South America", "Country is Ecuador", "TaxonKey is Pyrrhura albipectus Chapman, 1914" ] } The dataset includes 19 records from 7 constituent datasets: 1 records from Macaulay Library Audio and Video Collection. 1 records from WFVZ Bird Collections. 4 records from AMNH Bird Collection. 9 records from ORN. 1 records from KUBI Ornithology Collection. 1 records from LACM...

Occurrence Download

Occdownload Gbif.Org
A dataset containing 17 species occurrences available in GBIF matching the query: { "and" : [ "Continent is South America", "Country is Ecuador", "TaxonKey is Leptosittaca branickii Berlepsch & Stolzmann, 1894" ] } The dataset includes 17 records from 6 constituent datasets: 2 records from Field Museum of Natural History (Zoology) Bird Collection. 7 records from Macaulay Library Audio and Video Collection. 2 records from AMNH Bird Collection. 1 records from Museum of Comparative Zoology,...

Occurrence Download

Occdownload Gbif.Org
A dataset containing 176 species occurrences available in GBIF matching the query: { "and" : [ "Continent is South America", "Country is Ecuador", "TaxonKey is Forpus coelestis (Lesson, 1847)" ] } The dataset includes 176 records from 15 constituent datasets: 30 records from MLZ Bird Collection (Arctos). 12 records from Field Museum of Natural History (Zoology) Bird Collection. 3 records from University of Michigan Museum of Zoology, Division of Birds. 39 records from NMNH Extant...

Evaluasi Perma Nomor 2 Tahun 2015 tentang Tata cara Penyelesaian Gugatan Sederhana

Sri Gilang Muhammad Sultan Rahma Putra, Muh. Ridha Hakim & M. Zaky Albana
Buku ini merupakan publikasi hasil penelitian yang dilakukan oleh Puslitbang Mahkamah Agung Ri tentang implementasi Perma nomor 2 Tahun 2015 tentang Gugatan Sederhana.

Evaluasi Perma Nomor 2 Tahun 2015 tentang Tata cara Penyelesaian Gugatan Sederhana

Sri Gilang Muhammad Sultan Rahma Putra, Muh. Ridha Hakim & M. Zaky Albana
Buku ini merupakan publikasi hasil penelitian yang dilakukan oleh Puslitbang Mahkamah Agung Ri tentang implementasi Perma nomor 2 Tahun 2015 tentang Gugatan Sederhana.

Comparison Ranking Aplikasi Animasi Berbasis Pembelajaran dengan Metode Promethee

Akmaludin & Mohammad Badrul
Karya Tulis berupa Artikel yang dijadikan HAKI

Comparison Ranking Aplikasi Animasi Berbasis Pembelajaran dengan Metode Promethee

Akmaludin & Mohammad Badrul
Karya Tulis berupa Artikel yang dijadikan HAKI

Occurrence Download

Occdownload Gbif.Org
A dataset containing 38 species occurrences available in GBIF matching the query: { "TaxonKey" : [ "is Hibiscus purpusii Brandegee" ] } The dataset includes 38 records from 13 constituent datasets: 8 records from Actualización de las bases de datos del Herbario XAL. Fase III. 3 records from Etapa final de la captura y catalogación del Herbario del Instituto de Ecología, AC, Centro Regional del Bajío. 6 records from iNaturalist Research-grade Observations. 4 records from...

Occurrence Download

Occdownload Gbif.Org
A dataset containing 176 species occurrences available in GBIF matching the query: { "and" : [ "Continent is South America", "Country is Ecuador", "TaxonKey is Forpus coelestis (Lesson, 1847)" ] } The dataset includes 176 records from 15 constituent datasets: 30 records from MLZ Bird Collection (Arctos). 12 records from Field Museum of Natural History (Zoology) Bird Collection. 3 records from University of Michigan Museum of Zoology, Division of Birds. 39 records from NMNH Extant...

Occurrence Download

Occdownload Gbif.Org
A dataset containing 79 species occurrences available in GBIF matching the query: { "and" : [ "Continent is South America", "Country is Ecuador", "TaxonKey is Brotogeris pyrrhoptera (Latham, 1802)" ] } The dataset includes 79 records from 13 constituent datasets: 2 records from MLZ Bird Collection (Arctos). 8 records from Field Museum of Natural History (Zoology) Bird Collection. 1 records from SBMNH Vertebrate Zoology. 1 records from NMNH Extant Specimen Records. 7 records from Macaulay...

Plasma Exosome cargo reveals Alzheimer's Disease biomarkers in children with Down syndrome

Eric D. Hamlett

Occurrence Download

Occdownload Gbif.Org
A dataset containing 10655 species occurrences available in GBIF matching the query: { "and" : [ "TaxonKey is Syncarpia glomulifera (Sm.) Nied.", { "or" : [ "BasisOfRecord is Human Observation", "BasisOfRecord is Observation" ] }, "HasCoordinate is true", "HasGeospatialIssue is false" ] } The dataset includes 10655 records from 13 constituent datasets: 3 records from Questagame weekly feed. 12 records from iNaturalist Research-grade Observations. 23 records from Conservation Atlas Surveys. 1 records from Taxon occurrence...

Occurrence Download

Occdownload Gbif.Org
A dataset containing 26 species occurrences available in GBIF matching the query: { "and" : [ "TaxonKey is Synaphea acutiloba Meisn.", { "or" : [ "BasisOfRecord is Human Observation", "BasisOfRecord is Observation" ] }, "HasCoordinate is true", "HasGeospatialIssue is false" ] } The dataset includes 26 records from 5 constituent datasets: 12 records from Weed and native flora data for the Swan Coastal Plain. 2 records from Conservation Atlas Surveys. 8 records from Darling Scarp...

Occurrence Download

Occdownload Gbif.Org
A dataset containing 32 species occurrences available in GBIF matching the query: { "and" : [ "Continent is South America", "Country is Ecuador", "TaxonKey is Podiceps occipitalis Garnot, 1826" ] } The dataset includes 32 records from 9 constituent datasets: 8 records from MLZ Bird Collection (Arctos). 12 records from Field Museum of Natural History (Zoology) Bird Collection. 1 records from University of Michigan Museum of Zoology, Division of Birds. 1 records from Macaulay Library...

Registration Year

  • 2004
    21
  • 2005
    102,636
  • 2006
    75,356
  • 2007
    35,236
  • 2008
    24,283
  • 2009
    76,521
  • 2010
    331,494
  • 2011
    152,711
  • 2012
    457,612
  • 2013
    470,894
  • 2014
    1,415,498
  • 2015
    1,827,936
  • 2016
    2,181,586
  • 2017
    3,011,471
  • 2018
    3,560,612
  • 2019
    3,796,761
  • 2020
    197,206

Resource Types

  • Dataset
    6,744,679
  • Text
    4,894,929
  • Image
    1,869,668
  • PhysicalObject
    997,257
  • Collection
    657,985
  • Other
    607,151
  • Software
    119,100
  • Audiovisual
    98,212
  • InteractiveResource
    44,976
  • Sound
    24,250
  • Event
    10,668
  • Workflow
    5,203
  • Model
    3,388
  • DataPaper
    2,040
  • Film
    1,602

Affiliations

  • Imperial College London
    12,821
  • California Institute of Technology
    4,827
  • Old Dominion University
    889
  • Centre for Ecology and Hydrology
    675
  • University of California System
    533
  • University of Oxford
    449
  • French National Centre for Scientific Research
    401
  • University of British Columbia
    359
  • Cornell University
    341
  • University of Kentucky
    335
  • University of Exeter
    335
  • University of Florida
    313
  • Uppsala University
    306
  • University of California, Davis
    304
  • University of Zurich
    285