135,835 Works

ขวัญกำลังใจในการทำงานที่ส่งผลต่อความผูกพันในงาน: เปรียบเทียบระหว่างพนักงานสัญญาจ้างและพนักงานประจำของบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแห่งหนึ่ง

ฐิติวรรณ เรืองสุวรรณ
การศึกษาวิจัยเรื่อง “ขวัญกำลังใจในการทำงานที่ส่งผลต่อความผูกพันในงาน:เปรียบเทียบระหว่างพนักงานสัญญาจ้างและพนักงานประจำ ของบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแห่งหนึ่ง” เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อศึกษาระดับขวัญกำลังใจในการทำงานของพนักงานสัญญาจ้างและพนักงานประจำ 2. เพื่อศึกษาระดับความผูกพันในงานของพนักงานสัญญาจ้างและพนักงานประจำ และ 3. เพื่อศึกษาอิทธิพลของขวัญกำลังใจในการทำงานที่มีต่อความผูกพันในงาน โดยเปรียบเทียบระหว่างพนักงานสัญญาจ้างกับพนักงานประจำ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นพนักงานสัญญาจ้างและพนักงานประจำ ของบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแห่งหนึ่ง จำนวน 562 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัยผลที่ได้พบว่า พนักงานสัญญาจ้างมีขวัญกำลังใจในการทำงานต่ำกว่าพนักงานประจำ และขวัญกำลังใจในการทำงานมีอิทธิพลต่อความผูกพันในงาน นอกจากนี้ ยังพบว่า สภาพการจ้างงานในรูปแบบประจำและสัญญาจ้างไม่ได้เป็นตัวแปรกำกับระหว่างอิทธิพลของขวัญกำลังใจในการทำงานและความผูกพันในงาน โดยผลการศึกษาครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์แก่บริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทย ที่จะช่วยเป็นแนวทางในพัฒนา หรือปรับปรุงนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคลในให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับองค์กร พร้อมกับตอบสนองความต้องการของพนักงานสัญญาจ้างและพนักงานประจำ

To what degree will developing countries’ adoption of the welfare state result in its people rejecting religion?

Tossapon Liptapanlop
As Developing Countries try to implement Welfare policies such as Universal Healthcare and Free Public Education, there are considerations that must be made on how these policies may impact societies. One of the effects of a Welfare State implemented in Developed Countries is the loss of religious belief, due to public feelings of security. The research looks into whether the same relationship can be applied to Developing Countries implementing Welfare States. Preliminary results gathered from...

China: the big exporter ; its dark side ; the case of fake food

Phongpan Somabha
China has long been considered as a turf for counterfeiting industry. Fake goods that are produced in China are sold throughout the entire world because the prices of the items purchased are incredibly low. That dominance has piloted China into a similar (product) based industry. An industry I shall term the fake food industry that undermining health and induce sickness to the consumers. The food market itself reaps a higher than normal marketability due to...

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าแบรนด์เนมประเภทไฮเอนด์ผ่านช่องทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce) ในบริบทของ Facebook

พิชนิดา บุตรโคตร
การค้นคว้าอิสระนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า แบรนด์เนมประเภทไฮเอนด์ผ่านช่องทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) ในบริบทของ เฟซบุค (Facebook) ผลของการศึกษาจะช่วยให้ผู้ประกอบการที่ทําธุรกิจการขายสินค้าผ่านทาง เฟซบุค (Facebook) สามารถนําข้อมูลที่ได้ไปใช้วางแผนปรับปรุงหรือพัฒนาธุรกิจต่อไปได้ งานวิจัยนี้ เป็น งานวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ที่เคยซื้อสินค้าแบรนด์เนมประเภทไฮเอนด์ผ่านช่องทาง พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) ในบริบทของเฟซบุค (Facebook) จํานวน 400 คน โดยใช้ แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใชใ้ นการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติ เชิงพรรณา ประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงปริมาณ ประกอบด้วย Independent Sample t-test, One-way ANOVA,และRegressionผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าแบรนด์เนมประเภทไฮเอนด์ ผ่านช่องทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) ในบริบทของเฟซบุค (Facebook) มีเพียง 3 ปัจจัยที่ส่งผลคือด้านความน่าเชื่อถือ ด้านอิทธิพลทางสังคมและด้านการรับรู้ประโยชน์ ในขณะที่ ปัจจัยทางด้านทัศนคติ ด้านราคา ด้านส่งเสริมการตลาด ด้านความเสี่ยงทางการเงินและด้านความ เสี่ยงทางสินค้าไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าแบรนด์เนมประเภทไฮเอนด์ผ่านช่องทางพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) ในบริบทของเฟซบุค (Facebook)

ปัจจัยทางด้านความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีผลในการตัดสินใจเข้าเยี่ยมชมและซื้อสินค้าผ่านช่องทาง social commerce: บทบาท ลักษณะเชิงชั่วคราวและลักษณะเชิงถาวร

พัชมณฑ์ เทศขยัน
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ปัจจัยลักษณะเชิงชั่วคราว ลักษณะเชิงถาวรความไว้วางใจ และลักษณะของโซเชียลคอมเมิร์ซ ที่มีความสัมพันธ์ต่อการเข้าเยี่ยมชมและความตั้งใจซื้อผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริโภคที่เคยซื้อสินค้าออนไลน์อายุระหว่าง 18 –34 ปีจานวน 532 คน ศึกษาโดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ทาการวิเคราะห์ข้อมูลการวิเคราะห์โมเดลด้วยสมการโครงสร้างผลการวิจัยพบว่า ลักษณะเชิงชั่วคราว ลักษณะเชิงถาวร และความไว้วางใจมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อความตั้งใจเข้าเยี่ยมชม และความตั้งใจเข้าเยี่ยมชมมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อความตั้งใจซื้อ ผลการวิจัยครั้งนี้ช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจโซเชียลคอมเมิร์ซพัฒนารูปแบบธุรกิจและกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ

ปัจจัยการยอมรับโมบายแอพพลิเคชั่นสำหรับส่งสินค้า: กรณีศึกษา ลาล่ามูฟ (Lalamove)

รัชนัน ทองชู
การศึกษาวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) มีวัตถุประสงค์ คือ (1) เพื่อศึกษาปัจจัยการยอมรับโมบายแอพพลิเคชั่นสำหรับส่งสินค้า กรณีศึกษา ลาล่ามูฟ (Lalamove) (2) เพื่อทดสอบปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการยอมรับการใช้งานโมบายแอพพลิเคชั่น ลาล่ามูฟ (Lalamove) โดยใช้แบบสอบถามที่ผ่านการทดสอบความเชื่อมั่นเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาวิจัย คือ ผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นลาล่ามูฟ ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (ซึ่งเป็นเขตบริการของโมบายแอพพลิเคชั่นลาล่ามูฟ) จำนวน 400 คน และดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistic) และสถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistic) โดยใช้การวิเคราะห์ , องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis: CFA) , การวิเคราะห์โมเดลงานวิจัยด้วยวิธีสมการโครงสร้าง (Structural Equation Modeling: SEM)จากผลการวิจัย พบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับโมบายแอพพลิเคชั่น จากผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นลาล่ามูฟ ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีทั้งหมด 12 ปัจจัย พบว่าผลจากการศึกษา ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการใช้งานแอพลิเคชั่นลาล่ามูฟ คือ การรับรู้ถึงประโยชน์ (Perceived Usefulness) ในด้านปัจจัยความเหมาะสมของข้อมูล (Information Fit to Task) และ ด้านความปลอดภัยของแอพพลิเคชั่น (Security)

มุมมองทางด้านข้อบังคับมหาวิทยาลัยต่อการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์: กรณีศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ภราดร นิลแจ้ง
งานวิจัยเรื่อง “มุมมองทางด้านข้อบังคับมหาวิทยาลัยต่อการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์: กรณีศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และศึกษาในลักษณะพหุศึกษา (Multiple-Case Studies) ใน 2 กรณีศึกษา คือ 1) อาจารย์ผู้วิจัย ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาและบ่มเพาะวิสาหกิจ และผู้ประกอบการ และ 2) อาจารย์ผู้วิจัยพัฒนาและซื้อผลงานของตน และศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาและบ่มเพาะวิสาหกิจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามุมมองทางด้านข้อบังคับที่มีต่อการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยขั้นตอนการทำวิจัยมีดังนี้ 1) การศึกษาและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 2) การศึกษาเชิงประจักษ์ ด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก ระหว่างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการต่อยอดงานวิจัยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สู่เชิงพาณิชย์ 3) การสรุป และวิเคราะห์ผลการวิจัย โดยใช้หลักการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) จากการวิจัยพบว่ากระบวนการต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอนคือ 1) การค้นพบแนวคิด (Idea Generation) 2) การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property Protection) 3) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Prototyping) 4) การนำผลิตภัณฑ์ไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ (Commercialization) และในแต่ละขั้นตอนประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมกันทั้งอาจารย์ผู้วิจัย ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาและบ่มเพาะวิสาหกิจ และผู้ประกอบการ ในการผลักดันให้งานวิจัยภายในมหาวิทยาลัยออกสู่เชิงพาณิชย์ แต่อย่างไรก็ตามในแต่ละขั้นตอนต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรเนื่องจากปัญหาการมีบุคลากร หรือฝ่ายงานที่ไม่เพียงพอต่อการให้คำแนะนำ หรือให้ความช่วยเหลือแก่อาจารย์ผู้วิจัย ดังนั้นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อาจมีการจัดฝ่ายงาน หรือมีการสร้างกรอบความร่วมมือกับภาคส่วน หรือเครือข่ายทั้งภายใน และภายนอกมหาวิทยาลัย เพื่อที่จะสามารถให้ความช่วยเหลือแก่อาจารย์ผู้วิจัย และผู้ประกอบการได้อย่างเต็มที่ในแต่ละขั้นตอน นอกจากนี้จากการวิจัยพบว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์คือ “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการมีสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและการจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2561” ซึ่งประกอบไปด้วย 4...

Anti-inflammatory and antioxidant activities of Thai traditional remedy extract called “Leard-ngam” and its plant ingredients

Chakrapanpong Threrapanithan
Leard-ngam remedy (LG) as a Thai traditional remedy has long been used to treat primary dysmenorrhea including pain and inflammation. It is in the Thai National List of Herbal Medicines Product A.D.2011 and also used in hospitals and medical clinics, Thailand. Its formula consists of 20 herbal ingredients. The objectives of the study were to investigate anti-inflammatory and antioxidant activities of the extract of LG remedy and its plant ingredients. The active compounds for markers...

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้ากีฬาผ่าน mobile application

ปาลิดา กมลมาลัย
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้ากีฬาผ่าน Mobile Application ซึ่งได้แก่ปัจจัยผลิตภัณฑ์ ราคา ช่องทางการจัดจำหน่าย การส่งเสริมการตลาด ปัจจัยปฏิสัมพันธ์ของผู้บริโภค ฟังก์ชันการทำงาน การออกแบบ ลักษณะของการมีปฏิสัมพันธ์การสนับสนุน และการรับรู้คุณภาพของข้อมูล ทัศนคติด้านการใช้งาน การรับรู้ถึงประโยชน์ และการรับรู้ความง่ายต่อการใช้งาน โดยใช้วิธีการศึกษาจากข้อมูลปฐมภูมิด้วยแบบสอบถามซึ่งเก็บข้อมูลจากผู้บริโภคที่เคยซื้อเสื้อผ้ากีฬาผ่านทางแอพพลิเคชั่นออนไลน์ 385 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ผ่านแบบสอถามออนไลน์ นำไปวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผลการวิจัยโดยใช้เทคนิควิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis: CFA) และวิเคราะห์โมเดลด้วยสมการโครงสร้าง (Structural Equation Modeling: SEM) ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลทางตรงต่อการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้ากีฬาผ่าน Mobile Application โดยเรียงลำดับความสำคัญ ดังนี้ 1) ทัศนคติด้านการใช้งาน 2) ผลิตภัณฑ์ 3) สถานที่ 4) การสื่อสารการตลาด และ 5) ปฏิสัมพันธ์ผู้บริโภค มีองค์ประกอบ ฟังก์ชันการทำงาน การสนับสนุนคุณภาพของข้อมูล และการออกแบบ ส่วนปัจจัยที่ส่งผลทาอ้อมคือ การรับรู้ถึงประโยชน์และการรับรู้ความง่ายต่อการใช้งาน

ปัจจัยทางด้านนวัตกรรมที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของบริษัทผู้ให้บริการด้านการจองที่พักออนไลน์ (online travel agent) ในประเทศไทย: กรณีศึกษา ความคิดเห็นของพนักงานในบริษัทผู้ให้บริการด้านการจองที่พักออนไลน์แห่งหนึ่ง

อนันต์กันต์ ชมภูทีป
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยทางด้านนวัตกรรมที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของบริษัทผู้ให้บริการด้านการจองที่พักออนไลน์ (Online Travel Agent) ในประเทศไทย กรณีศึกษา ความคิดเห็นของพนักงานในบริษัทผู้ให้บริการด้านการจองที่พักออนไลน์แห่งหนึ่ง เพื่อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาองค์กรให้ประสบความสำเร็จ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยมีระเบียบวิธีวิจัยประกอบด้วย การศึกษาทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (Literature Review) เพื่อให้ทราบถึงปัจจัยเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ที่เกี่ยวข้องกับบริบทงานวิจัย เพื่อสร้างกรอบแนวความคิดชองงานวิจัย โดยทฤษฎีที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย 2 ทฤษฎีหลัก ได้แก่ องค์กรแห่งนวัตกรรมและนวัตกรรมการจัดการ เมื่อได้กรอบแนวความคิดแล้วจึงนำมาพัฒนาเป็นแบบสอบถาม เพื่อนำไปเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง คือ บุคคลากรที่ทำงานในบริษัทผู้ให้บริการด้านการจองที่พักออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จแห่งหนึ่ง จำนวน 400 คน จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ผลทางสถิติด้วยเทคนิคการวิเคราะห์ด้วยปัจจัยเชิงสำรวจ (Exploratory Factor Analysis: EFA) และวิเคราะห์ผลทางสถิติด้วยการวิเคราะห์โมเดลเชิงโครงสร้าง (Structural Equation Modeling: SEM) และนำผลการวิเคราะห์ที่ได้ไปสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งเพื่อยืนยันผลการวิจัยและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในการนำไปใช้งานจริงผลจากการวิจัยพบว่า ปัจจัยทางด้านนวัตกรรมการจัดการส่งผลโดยตรงต่อการเกิดนวัตกรรมแห่งคุณค่ามากที่สุด และปัจจัยด้านองค์กรแห่งนวัตกรรมส่งโดยตรงต่อการเกิดนวัตกรรมแห่งคุณค่าหัวข้อวิทยานิพนธ์ ปัจจัยทางด้านนวัตกรรมที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของบริษัทผู้ให้บริการด้านการจองที่พักออนไลน์ (Online Travel Agent)ในประเทศไทย กรณีศึกษา ความคิดเห็นของพนักงานใน บริษัทผู้ให้บริการด้านการจองที่พักออนไลน์แห่งหนึ่งชื่อผู้เขียน นางสาวอนันต์กันต์ ชมภูทีปชื่อปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชา/คณะ/มหาวิทยาลัย การบริหารเทคโนโลยี วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อัญณิฐา ดิษฐานนท์ปีการศึกษา 2561รองลงมา และนวัตกรรมแห่งคุณค่านั้นส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จของบริษัทผู้ให้บริการด้านการจองที่พักออนไลน์ (Online Travel Agent)ทั้งนี้ผลจากการวิจัยสามารถนำปัจจัยทางด้านนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนธุรกิจ หรือใช้ในการวางแผนการดำเนินงานภายในธุรกิจผู้ให้บริการด้านการจองที่พักออนไลน์ และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมเดียวกัน ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จขององค์กร

ปัจจัยการนำการจองโรงแรมออนไลน์มาใช้

กฤติเดช ไกรรัตนสม
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาปัจจัยการยอมรับสำหรับเทคโนโลยีการจองโรงแรมออนไลน์ ใช้โมเดล TAM ประชากรคือเจ้าหน้าที่คณาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามจำนวน 403 ชุดและใช้การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยในการยอมรับเทคโนโลยีการจองโรงแรมออนไลน์คือความไว้วางใจ การให้คำมั่น คุณค่าร่วมกัน การตระหนักถึงประโยชน์ที่ใช้งานง่ายและนิสัย

ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการถ่ายโอนเทคโนโลยีจากบริษัทแม่ในต่างประเทศ: กรณีศึกษา บริษัทรถยนต์แห่งหนึ่งในประเทศไทย

กนกชล ธนบดีเลิศเมธา
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการถ่ายโอนเทคโนโลยีจากต่างประเทศในบริบทของอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ของประเทศไทย รวมถึงเพื่อนำผลจากการศึกษามาใช้ประกอบการพิจารณากำหนดแนวทางในการพัฒนากระบวนการการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนเทคโนโลยีดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ เก็บแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง 540 คน จากบริษัทชั้นนำแห่งหนึ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ ได้รับแบบสอบถามที่มีความสมบูรณ์กลับมาจำนวน 500 ชุด หรือคิดเป็นร้อยละ 92 ผลการวิเคราะห์ด้วยตัวแบบสมการโครงสร้างชี้ให้เห็นว่าปัจจัยด้านลักษณะผู้รับการถ่ายโอนเทคโนโลยีที่เป็นคนไทย ลักษณะเทคโนโลยี และลักษณะผู้ถ่ายโอนเทคโนโลยีที่เป็นคนญี่ปุ่นจากบริษัทแม่ ส่งผลทางตรงต่อประสิทธิภาพการถ่ายโอนเทคโนโลยี โดยลักษณะผู้รับการถ่ายโอนเทคโนโลยีที่เป็นคนไทยมีอิทธิพลสูงที่สุด

ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกลอย่างต่อเนื่อง

ธีรพงศ์ ชึรัมย์
การศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกลอย่างต่อเนื่อง เพื่อวัดประสิทธิภาพของโครงการการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม และเป็นแนวทางในการบริหารจัดการกระบวนการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกลให้มีประสิทธิภาพ โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน โมเดลการใช้ระบบสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง โมเดลการยอมรับเทคโนโลยีในครัวเรือนและโมเดลความสำเร็จของระบบสารสนเทศ เป็นกรอบแนวคิดของการศึกษาวิจัย โดยมีประชากรและกลุ่มตัวอย่างคือผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงภายใต้โครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) จำนวน 5 ภูมิภาค ได้แก่ กลุ่มหมู่บ้านพื้นที่ห่างไกลภาคเหนือ กลุ่มหมู่บ้านพื้นที่ห่างไกลภาคกลางและตะวันออก กลุ่มหมู่บ้านพื้นที่ห่างไกลภาคใต้ กลุ่มหมู่บ้านพื้นที่ห่างไกลภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและกลุ่มหมู่บ้านพื้นที่ห่างไกลภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยมีระยะเวลาในการดำเนินการวิจัยตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 586 แบบสอบถาม และนำผลของการตอบแบบสอบถามที่ได้มาประมวลผลผ่านโปรแกรม SPSS เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ จากผลการศึกษาพบว่าปัจจัยด้านความพึงพอใจและความตั้งใจในการกระทำพฤติกรรมเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประกอบไปด้วยปัจจัยด้านการรับรู้ประโยชน์ ปัจจัยด้านคุณภาพ ปัจจัยด้านความสามารถในตนเองและปัจจัยด้านสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้งาน

ประเมินการเรียนรู้ของประชาชนในการใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ

เมธิชา อุบลเลิศ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินปัจจัยด้านการเรียนรู้ของประชาชนในการใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ เพื่อนำผลที่ได้ไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาต่อยอดการเรียนรู้ของประชาชนในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) และเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ชายขอบในระดับหมู่บ้านเกิดการเรียนรู้ที่ถูกวิธี โดยได้มีการนำทฤษฎีการเรียนรู้ทางปัญญาสังคมเป็นกรอบแนวคิดในการศึกษาวิจัย โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากประชากรกลุ่มเป้าหมาย โดยเจาะจงไปยังกลุ่มผู้ที่เคยใช้งานการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (Universal Service Obligation: USO) ในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) จำนวน 589 คน เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล และนำผลของการตอบแบบสอบถามที่ได้มาประมวลผลผ่านโปรแกรม SPSS และ SEM เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ จากผลการศึกษา พบว่าปัจจัยด้านความคาดหวังในผลลัพธ์จากการปฏิบัติ และ ปัจจัยด้านการเรียนรู้โดยผ่านการสังเกต เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของประชาชนในการใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ

ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยี mobile application: กรณีศึกษา executive document management system (EDMS) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

ศุภรัศมิ์ พูลทวี
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยี mobile application กรณีศึกษา Executive Document Management system (EDMS) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และเพื่อทดสอบปัจจัยที่ได้ทำการศึกษามาว่าปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยี mobile application กรณีศึกษา Executive Document Management system (EDMS) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งงานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ มีขั้นตอนในการดำเนินการทั้งสิ้น 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1. การศึกษาทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2. การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับงานวิจัย 3. การวิเคราะห์และสรุปผล โดยการใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย และดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงสำรวจ และการวิเคราะห์สมการโครงสร้าง ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับเทคโนโลยี ประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1. ความพึงพอใจของผู้ใช้งาน 2. การรับรู้ความง่าย และ 3. การรับรู้ประโยชน์ โดยผลจากการวิจัยนี้ทำให้ทราบถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยี และสามารถเป็นแนวทางในการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของแอพพลิเคชั่นให้สามารถตอบสนองแก่ผู้ใช้งานได้

The improvement of ASEAN collaborative outbreak management: the case studies of the 2003 SARS and the 2014-2015 Ebola preparation in Thailand

Dangfun Promkhum
This research explores and studies ASEAN collaborative outbreak preparation towards Thailand in different period of time in order to have an analysis and evaluation on the improvements being done by ASEAN between two case studies. The research has been conducted through Institutionalization framework namely structural arrangement, practicing of medical and epidemiological code of conduct and upholding sets of value through a qualitative analysis with cross-case analysis of ASEAN collaborative 2003 SARS and 2014-2015 Ebola preparation...

รูปแบบการสร้างความจงรักภักดีของลูกค้าในการซื้อสินค้าออนไลน์ บริบทอุปกรณ์ไอที

บัณฑร แสงศรี
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลถึงความจงรักภักดีของลูกค้าในการซื้อสินค้าอุปกรณ์ไอทีผ่านระบบออนไลน์ของคนไทย โดยใช้แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จของระบบสารสนเทศ, ความเชื่อมั่น, ความพร้อมของสินค้า, และส่วนประสมทางการตลาด กลุ่มตัวอย่างสำหรับการศึกษาในครั้งนี้คือ คนไทยที่มีอายุอยู่ระหว่าง 18-57 ปีที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยการวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ได้รับแบบสอบถามที่มีความสมบูรณ์จำนวน 500 ชุด หรือคิดเป็นร้อยละ 73 ของจำนวนทั้งหมด ผลการวิเคราะห์ด้วยสมการเชิงโครงสร้างชี้ให้เห็นว่าปัจจัยด้านความพึงพอใจของผู้ซื้อและการรับรู้ถึงประโยชน์ของผู้ซื้อร่วมกันส่งทางตรงต่อความจงรักภักดี โดยการรับรู้ถึงประโยชน์ของผู้ซื้อมีอิทธิพลสูงที่สุด

Synthesis of zeolite from coal fly ash with aluminum dross using alkali fusion

Napasawan Khawnuan
Coal fly ash (CFA) and aluminum dross are industrial wastes that required proper treatment and disposal. Several studies have been focusing on reusing CFA to produce zeolites; a porous crystalline materials with various applications. Nonetheless, the applicability of aluminum dross in zeolite synthesis has yet to be determined. In this study, CFA and aluminum dross were used for the synthesis of zeolite by akaline fusion. Aluminum oxide, a commonly used aluminum source, was also tested...

Effects on organic matter on heavy metal fractionations of tailings: a case study of akara gold mine, thailand

Lalita Chunhacherdchai
The purpose of this study was to investigate metal fractionations of mine tailings (i.e., Co, Cr, Cu, Mn, Ni, Pb and Zn) and study of metal leaching from mixtures of tailing and humic acid in different incubation periods and various organic matter ratios. Ten tailing samples were taken from tailings storage facilities of Akara gold mine in Phichit province. Samples were determined using the three-step modified BCR sequential extraction (i.e., BCR1, BCR2 and BCR3) and...

Novel anionic extended surfactant and cationic surfactant mixtures for maximizing synergism (solubilization and adsolubilization) and minimizing precipitation

Donyaporn Panswad
Generally, anionic and cationic surfactant mixtures exhibit desirable properties, but are limited by their tendency to form precipitates. In this research, mixture of anionic extended surfactants and a cationic surfactant have been evaluated for precipitation phase boundaries, surface tension, adsorption, adsolubilization, solubilization, desorption, and surface characterization. The results showed that anionic extended surfactant and cationic surfactant mixtures can greatly increase formulation space (reduce precipitation region) while maintaining synergism, although slightly reduced from conventional anionic-cationic mixtures...

Catalytic upgrading of pyrolytic oil using CeO2-ZrO2 mixed oxide catalysts

Somsak Thaicharoensutcharittham
Bio-oil produced from biomass is a mixture of oxygenated compounds including acids, alcohols, ketones, esters, ethers, aldehydes, phenols, and derivatives, as well as carbohydrates, and a large proportion (20–30 wt.%) of lignin-derived oligomers. One possible application of bio-oil being considered is converted to hydrogen by steam reforming. This thesis is to reports the development of catalyst for hydrogen production of steam reforming reaction over Ni supported on CeO₂-ZrO₂. Acetic acid, ethanol and acetone are used...

Subcritical water extraction of resveratrol from barks of Shorea Roxburghii G. Don.

Sumalee Chainukool
Phayom (Shorea roxburghii G. Don.) is a Thai plant traditionally known for its medicinal properties such as anti-cancer, anti-inflammation, cardiovascular disease and alzheimer disease protection. Phayom contains important polyphenolic compounds consisting of trans-resveratrol and glycosylated forms (known also as piceid), found especially in the barks. In general, the form existed in the plant is trans-piceid rather than free trans-resveratrol. Nevertheless, bioavailability of the trans-piceid is much lower, compared with that of the free trans-resveratrol. Therefore,...

Registration Year

  • 2014
    14,650
  • 2015
    30,637
  • 2016
    28,662
  • 2017
    28,900
  • 2018
    20,559
  • 2019
    12,427

Resource Types

  • Dataset
    135,835

Data Centers

  • NRCT Data Center
    135,835